ทัวร์ญี่ปุ่น┃YAMAGUCHI EXPLORER 6D4N JP007E

 เที่ยวยามากุจิ ชมความมั่งคั่งของสถานที่และปราสาททาประวัติศาสตร์อันน่าทึ่ง

คินไตเคียว สะพานไม้5โค้ง ที่สวยที่สุด1ใน3ของญี่ปุ่น

 ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ ชมวิวเสาโทริอิสีแดง 123 ต้น เรียงราย ตัดกับสีของทะเล

 ถ้ำอากิโยชิโด ตะลึงกับถ้ำหินปูนที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

 คิตะคิวชู เมืองที่มีเสน่ห์น่าหลงไหล เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเกาะฮอนชูและคิวชู

 ช้อปปิ้งจุใจ Tosu Premium Outlet และ ย่านเท็นจิน

เมนูแนะนำ

 เต็มอิ่มกับบุฟเฟต์ชาบูชาบู ขาปูยักษ์และไลน์อาหารมากมาย

 พิเศษ !! อาหารญี่ปุ่นรสดั้งเดิม

บริการ ฟรี! Wifi บนรถ
บินตรง การบินไทย สะสมไมล์ 50%
พักโรงแรมระดับ 4 ดาว พร้อมแช่ออนเซ็น
วันที่ รายการ อาหาร
1 กรุงเทพฯ  ( TG 648 : 00.50 – 08.00 น.)
2 กรุงเทพฯ-ฟุกุโอกะ-ตลาดทังงะ-สะพานคันมอน-ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ-ฮากิ ออน – ฮากิ ออนเซ็น
**ที่พัก HAGI KANKOU HOTEL หรือเทียบเท่า
L D
3 ฮากิ ออนเซ็น-ถ้ำอากิโยชิโด-ปราสาทอิวะคุนิ-White Snake Museum-สะพานคินไตเคียว-ยูดะ ออนเซ็น
**
ที่พัก YUDA ONSEN NEW TANAKA HOTEL หรือเทียบเท่า
 B L D
4 ยูดะ ออนเซ็น-ท่าเรือโมจิโกะ พอร์ท-ปราสาทโคคุระ-คิตะคิวชู
**
เข้าพักRIHGA ROYAL KOKURA  HOTEL  หรือเทียบเท่า
 B L D
5 คิตะคิวชู–ศาลเจ้าดาไซฟุ-โทซุ พรีเมี่ยม เอ้าท์เล็ต-ช้อปปิ้งเทนจิน–ฟุกุโอกะ
**
เข้าที่พัก NISHITETSU GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า
 B L D
6 ฟุกุโอกะ-สนามบินฟุกุโอกะ-กรุงเทพฯ  ( TG 649 : 11.35 – 14.55 น.)  B

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceFull Detail
11 เม.ย. 6216 เม.ย. 6265,900฿Download PDF

วันแรกของการเดินทาง           กรุงเทพฯ  (-/-/-)

2200 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 3 Row D 17-19กรุณานำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาพบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ต้อนรับอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระก่อนนำไปเช็คเข้าเครื่องของ สายการบินไทย

วันที่ 2 ของการเดินทาง          (-/L/D)

กรุงเทพฯ – ฟุกุโอกะ – ตลาดทังงะ – สะพานคันมอน – ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ – ฮากิ ออนเซ็น

0050

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG-648                           

0800

ถึงสนามบิน ฟูกูโอกะ ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และ ศุลกากรเรียบร้อยแล้ว

ตลาดทังงะ (Tanga Market) ตลาดปลาชื่อดังแห่งคิตะคิวชู (Kitakyushu City) เมืองทางตอนเหนือของจังหวัดฟุคุโอกะ (Fukuoka) เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่เรียงรายไปด้วยร้านค้ากว่า 200 ร้าน ซึ่งส่วนใหญ่เน้นขายอาหารทะเลสด ผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และอาหารประเภทเครื่องเคียงต่างๆ บรรยากาศแบบย้อนยุคของร้านค้าเก่าแก่กว่า 60 ปี อีกทั้งยังเต็มไปด้วยของอร่อยที่สามารถซื้อกินได้เลย และอาหารรสเด็ดที่หาทานทื่อื่นไม่ได้ อย่างเช่น “คะนัปเปะ (Kanappe)” ลูกชิ้นปลาที่พันด้วยขนมปังแล้วนำไปทอด เป็นต้น ที่นี่จึงมักจะคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาเดินเล่นชมตลาดพร้อมอิ่มท้องไปกับอาหารพื้นเมืองอย่างเพลิดเพลิน

สะพานคันมอน ( Kanmon Bridge ) เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างเกาะคิวชู และเกาะฮอนชู สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1973  มีควายยาว 1068 เมตร กว้าง 712 เมตร และสูงจากระดับน้ำทะเล 61 เมตร มีความพิเศษ ที่จะเป็นสะพาน
2 ชั้น โดยที่ชั้นบนเป็นทางสำหรับรถยนต์และชั้นล่าง จะเป็นทางวิ่งสำหรับรถไฟ นอกจากนี้สะพานคังมอนยังเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวและเหล่าช่างภาพ ท่านจะสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของจังหวัดฟุกุโอะกะ    จากเกาะคิวชูและจังหวัดยามากุชิ จากเกาะฮอนชู ได้ในเวลาเดียวกัน

ศาลเจ้าโมโตโนะสุมิ อินาริ ( inari shrine ) ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องเสาโทริอิสีแดง จำนวน 123 ต้น ที่ตั้งเรียงรายเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ริมทะเล โดยสีแดงของเสาโทริอินั้น ตัดกับ สีน้ำเงินของน้ำทะเล และสีเขียวของพันธุ์พืช ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่งดงามอย่างยิ่ง ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่ประทับของดวงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ที่แยกออกจากศาลเจ้า Taikodani Inari เมื่อประมาณ 60 ปีก่อน เล่ากันว่าเทพเจ้าแปลงกายเป็นสุนัขจิ้งจอกสีขาวไปปรากฏกายในฝันของชาวประมงคนหนึ่งเพื่อบอกให้ตั้งศาลเจ้าในพื้นที่นี้ นักท่องเที่ยวนิยมเดินใต้เสาโทริอิที่ทอดยาวคล้ายอุโมงค์พลางอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ว่ากันว่าเทพเจ้าสามารถช่วยให้คำขอต่างๆ เป็นจริงได้ ซึ่งรวมไปถึงการขอให้พบเนื้อคู่และการมีบุตร อีกสิ่งที่น่าประหลาดใจคือจุดตั้งกล่องรับเงินบริจาค ซึ่งปกติจะวางไว้ที่พื้น แต่ศาลเจ้าที่นี่กลับนำไปติดไว้ตรงส่วนบนของเสาโทริอิ ซึ่งตั้งอยู่หน้าทางเข้าศาลเจ้า ว่ากันว่าหากคุณสามารถโยนเหรียญลงกล่องทำบุญได้คำอธิษฐานจะเป็นจริง

เข้าที่พัก ฮากิ ออนเซ็น ณ  HAGI KANKOU HOTEL หรือเทียบเท่า

พักผ่อน สไตล์นิปปอนกับ การแช่ออนเซ็น น้ำแร่ธรรมชาติผ่านความร้อนใต้พิภพ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าเลือดลมเดินดีขึ้นเสริมสุขภาพให้กระปรี่กระเปร่าผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลช่วยระบบการเผาผลาญของร่างกายให้อยู่ในสภาพคงที่ ความอัศจรรย์แห่งการอาบน้ำแร่แบบญี่ปุ่นนี้เองทำให้มีคำกล่าวกันว่า หากมาที่ญี่ปุ่นแล้วมิได้ลงอาบน้ำแร่ก็เหมือนกับว่าท่านมาไม่ถึงญี่ปุ่

วันที่ 3 ของการเดินทาง             (B/L/D)

ฮากิ ออนเซ็น – ถ้ำอากิโยชิโด – ปราสาทอิวะคุนิ – White Snake Museum – สะพานคินไตเคียว – ยูดะ ออนเซ็น

ถ้ำอากิโยชิโด ( Akiyoshido ) ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติอากิโยชิได (Akiyoshidai) ของจังหวัดยามากุจิ เป็นถ้ำหินปูนที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของญี่ปุ่น มีความยาวประมาณถึง 9กิโลเมตร แต่เปิดให้นักเที่ยวเข้าได้แค่ 1 กิโลเมตร ด้วยความสูง 24 เมตรของทางเข้า และจุดใต้ดินที่ลึกที่สุดที่ 200 เมตร โดยถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่ข้างในมีความกว้างเป็นอันดับ         1 ของญี่ปุ่นอีกด้วย อากาศข้างในถ้ำจะมีอุณหภูมิ 17 องศาตลอดทั้งปี ฤดูหนาวจะไม่หนาวไปกว่านี้ และฤดูร้อนก็จะไม่ร้อนไปกว่านี้เช่นกัน ทำให้คุณรู้สึกสบายตลอดทั้งปี ภายในถ้ำมีสัตว์มากมายอาศัยอยู่ ซึ่งแบ่งแยกตามสภาพแวดล้อมใต้ดิน สัตว์บางชนิดมีตาที่เสื่อมสภาพ มีสีซีดจาง มีผิวหนังที่ไม่มีสีหรือผิวเผือก ไฮไลท์ของที่นี่ อยู่ที่จุดชมหินย้อยสีทองที่มีลักษณะแบนราบเหมือนจานเรียงตัวเป็นชั้น สูงถึง 15 เมตร และหินย้อยไซส์ยักษ์ที่ทอดตัวลงมาจากเพดานถ้ำตามธรรมชาติ ท่านสามารถเห็นได้ตลอดทางเดิน อาทิ บึงหินปูน หินย้อยรูปทรงต่างๆ ชื่นชมบรรยากาศ พร้อมทั้งดื่มด่ำกับความงดงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้น

ปราสาทอิวาคุนิ (Iwakuni Castle) เริ่มสร้างขึ้นในต้นสมัยเอโดะ ปี 1608 ปราสาทมีตั้งอยู่บนภูเขาชิโระยาม่า ล้อมรอบด้วยคูน้ำธรรมชาติของแม่น้ำนิชิกิ ความสูงของปราสาทที่มีถึง 4 ชั้น ทำให้สามารถเห็นเมืองและสะพานคินไตเคียวได้อย่างชัดเจน ปราสาทแห่งนี้ใช้ระยะเวลาในการสร้าง 5 ปี แต่หลัง 7 ปี ก็ถูกให้โค่นปราสาทนี้ทิ้ง ต่อมาได้มีการฟื้นฟูปราสาทในปี 1962 ภายในปราสาทถูกใช้เป็นสถานที่จัดแสดงอาวุธโบราณของซามูไร ข้าวของเครื่องใช้ที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของปราสาทแห่งนี้ และยังมีโมเดลสะพานคินไตเคียว และสะพานที่มีชื่อเสียงอื่นๆทั่วญี่ปุ่น

Imazu White Snake Museum  งูขาวได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติในชื่องูขาวแห่งอิวาคุนิ ในปี 1972 เชื่อกันว่างูขาวคืองูพันธุ์ทั่วไปที่เกิดมาไม่มีเซลล์สีผิวจากการกลายพันธุ์และเกิดการถ่ายทอดพันธุกรรมตกทอดต่อกันไปแบบรุ่นสู่รุ่น การค้นพบงูขาวได้รับการบันทึกอยู่ใน “กันยูเน็นไดคิ” หนังสือประวัติศาสตร์ของอิวาคุนิ โดยภายในหนังสือประวัติศาสตร์เล่มนี้บันทึกเอาไว้ว่า ค้นพบงูขาวที่ด้านล่างของปราสาท อิวาคุนิในปี 1738 เนื่องจากผู้คนในสมัยนั้นปกป้องรักษางูสุดแปลกเหล่านี้เอาไว้เป็นอย่างดีด้วยความเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าผู้ปกปักรักษาครอบครัวและเรียกโชคลาภ ทำให้งูขาวมีจำนวนเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ที่พิพิธภัณฑ์นี้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์งูขาวทั้งในร่มและกลางแจ้ง เราจึงสามารถชมเหล่างูขาวได้อย่างใกล้ชิด

สะพานคินไตเคียว (Kintaikyo Bridge) เป็นสะพานไม้ที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ข้ามแม่น้ำนิชิกิ (Nishiki River) ไปยังปราสาทอิวาคุนิ ( Iwakuni Castle ) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาอีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ มีลักษณะเป็นสะพานไม้ 5 โค้ง วิธีสร้างแบบดั้งเดิม โดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว โดยการเข้าชิ้นด้วยสลัก การก่อสร้างสะพานล้มเลิก เมื่อถูกกระแสน้ำในแม่น้ำนิชิกิทำลาย หลังจากนั้น Kikkawa Hiroyoshi ขุนนางศักดินาที่ 3 ของเมืองอิวาคุนิ ได้มีแผนการสร้างสะพานที่แข็งแรงกว่าเดิม ตัวสะพานมีความยาว 193 เมตร แต่โค้งกว้างละ 5เมตร และวงโค้งบนสุดสูงจากแม่น้ำประมาณ 12 เมตร หลังจากที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1673 ยังคงสภาพเดิมจนถึงปี ค.ศ 1950 มีพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงพัดถล่ม ในระหว่างนั้นญี่ปุ่นอยู่ในช่วงสงคราม สะพานที่พังจึงไม่มีการซ่อมแซมเกือบ 400 ปี หลังจากนั้นไม่นานชาวบ้านก็เริ่มทำการสร้าง สะพานที่เป็นหัวใจของเมืองขึ้น แล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1953 ได้รับการบูรณะเป็นครั้งแรกหลังจากที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แล้วเสร็จใน ปี ค.ศ. 2004 ปัจจุบันสะพานแห่งนี้ด้วยรูปร่างเป็นเอกลักษณ์ และสวยงาม โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิในต้นเดือนเมษายน จะเต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูที่บานสะพรั่งทั้งสองฝั่ง ชมไปพร้อมๆกับทัศนียภาพโดยรอบอันงดงามอย่างมากเลยทีเดียว และที่นี่ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองนี้ ( การบานของซากุระนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ )

เข้าที่พัก ยุดะ ออนเซ็นYUDA ONSEN NEW TANAKA HOTEL หรือเทียบเท่า

อาบน้ำแร่ แช่ออนเซ็น เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า การอาบน้ำแร่จะทำให้เลือดลมดีผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลช่วยระบบการเผาผลาญของร่างกายให้อยู่ในสภาพคงที่

วันที่ 4 ของการเดินทาง         (B/L/D)

ยูดะ ออนเซ็น-ท่าเรือโมจิโกะ พอร์ท-ปราสาทโคคุระ-คิตะคิวชู

ท่าเรือโมจิโกะ พอร์ท ( Mojiko town ) จุดเชื่อมต่อระหว่างเกาะคิวชูกับเกาะใหญ่ฮอนชู อดีตเคยเป็นท่าเรือสำคัญที่ใช้ในการติดต่อค้าขายกับนานาชาติในช่วง ค.ศ. 1900  ที่นี่จึงได้รับวัฒนธรรมอันหลากหลายจากชาติตะวันตก ทำให้อาคารส่วนใหญ่ถูกสร้างออกมาในสไตล์ยุโรป และนอกจากนี้ ในอดีตที่นี่ยังเคยเป็นสถานที่พักตากอากาศของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตล์ นักวิทยาศาสตร์ชื่อดังระดับโลกอีกด้วย โดยปัจจุบันได้มีการดัดแปลงอาคาร Old Moji Mitsui Club สถานที่พักแรมที่ไอน์สไตล์และภรรยาเคยพักระว่างการพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่น ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงสิ่งของ เครื่องใช้ เฟอร์นิเจอร์ โดยยังคงสภาพเหมือนตอนที่ทั้ง 2 คนเคยพักอยู่ ปัจจุบัน บริเวณ ท่าเรือโมจิโกะ พอร์ท แห่งนี้ ได้กลายเป็นสถานที่พักผ่อน และจุดนัดพบยอดนิยมของชาวคิตะคิวชู เนื่องจากมีทัศนียภาพที่สวยงาม ร้านค้า ร้านอาหาร มากมาย ให้ท่านดื่มด่ำกับกลิ่นอายสไตล์เรโทรสุดเก๋ พร้อมเก็บภาพบรรยากาศ เรียกได้ว่า ถ่ายรูปมุมไหนก็ดูดี

ปราสาทโคคุระ สร้างขึ้นโดย ทาดาโอคิ โฮโซคาวะ นายพลในยุคเซ็นโกคุในปี 1602 ตัวปราสาทชั้น 5 มีขนาดใหญ่กว่าชั้น 4 และมีลักษณะพิเศษที่โครงสร้างภายนอกซึ่งเรียกว่า คาระซึคุริ ในช่วงที่ก่อสร้างนั้นเป็นการออกแบบที่แปลกเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น แต่เนื่องจากเกิดเพลิงไหม้เพราะสงครามจนเสียหายหมดในปี 1866 ตัวปราสาทที่เห็นในปัจจุบันจึงถูกสร้างขึ้นใหม่เมื่อปี 1959 จากนั้น ในปี 1990 ได้มีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ภายในปราสาทจึงมีการจัดโซนต่างๆ เช่น โซนประวัติศาสตร์ที่จำลองเมืองเก่าล้อมรอบปราสาทขึ้นมาในปราสาทนี้ด้วยอุปกรณ์ไดโอรามา และโซนประสบการณ์ภาพ โซนชมวิวที่สามารถชมทิวทัศน์เมืองโคคุระในปัจจุบันได้ทั่ว เป็นต้น

เข้าที่พัก คิตะคิวชูRIHGA ROYAL KOKURA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 ของการเดินทาง           (B/L/D)

คิตะคิวชู–ศาลเจ้าดาไซฟุ-โทซุ พรีเมี่ยม เอ้าท์เล็ต-ช้อปปิ้งเทนจิน–ฟุกุโอกะ

ศาลเจ้าดาไซฟุ วัดชินโตอันเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของ ฟุกุโอกะเป็นที่สิงสถิตของเทพเจ้าแห่งความรู้จึงมีนักเรียนนิสิตนักศึกษา มากราบไหว้ขอพรเพื่อการศึกษาไม่เว้นในแต่ละวัน ต้นบ๊วย หลากหลายพันธุ์กว่า 6,000 ต้นเจริญเติบโตอยู่ทุกแห่งภายในวัด ทำให้บรรยากาศแสนรื่นรมย์และไม่ลืมเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ระลึกในร้านค้ากว่า 100 แห่งบริเวณหน้าวัด

โทซุพรีเมี่ยมเอ้าท์เล็ต (Tosu Premium Outlets) เป็นพื้นที่ช้อปปิ้งเอ้าท์เล็ตขนาดใหญ่ที่สุดในคิวชู มีร้านค้าของแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ท้องถิ่นมากกว่า 150 ร้าน เช่น Coach, Armani, Timberland, Burbery, Gap, Puma, Levi’s, Nike, New Balance, Samsonite และอื่นๆอีกมากมาย ท่านสามารถช้อปปิ้งได้อย่างครบครันทุกวัยทั้งผู้หญิง ผู้ชายและเด็กเล็ก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องสำอางค์ โดยแต่ละร้านก็จะมีโปรโมชั่นส่วนลดมากมาย

เท็นจิน Underground Shopping บริเวณสถานีรถไฟเท็นจิน ช้อปปิ้งมอลล์ที่มีชื่อเสียง และย่านธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในเกาะคิวชิว เต็มไปด้วยร้านเสื้อผ้าบูติกนำสมัย เครื่องสำอาง   ร้านขายเครื่องไฟฟ้า อีเล็คทรอนิค ภัตตาคารมากมาย ฯลฯ เพื่อให้ท่านใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า อิสระให้ท่านเลือกรับประทานอาหารที่ท่านชื่นชอบเองตามอัธยาศัย หรือเลือกรับประทาน Hakata Ramen อาหารขึ้นชื่อของเมืองฟุกุโอกะ

เข้าที่พัก ฟุกุโอกะ NISHITETSU GRAND HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 6  ของการเดินทาง         (B/-/-)

ฟุกุโอกะ-สนามบินฟุกุโอกะ-กรุงเทพฯ

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
สมควรแก่เวลา กรุณาตรวจเช็คสัมภาระให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินฟุกุโอกะ
1135 ออกเดินทางจากฟุกุโอกะ โดยเที่ยวบิน TG-649
1455 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

Additional Information

month

04-เมษายน