SMART┃ทัวร์ญี่ปุ่น┃นาโกย่า โอซาก้า โซ กู๊ด 6วัน 4คืน SMJP005C

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้า ( Kaiyukan Aquarium ) ศูนย์รวมมหาสมุทรแปซิฟิก

กุจโจ ฮาจิมัง เมืองแห่งสายน้ำ ธรรมชาติแสนโรแมนติก

 สนุกจัดเต็มกับลานสกี Bokka No Sato

 Nabana no sato ดื่มด่ำกับดอกไม้นานาพันธุ์และชมไฟสุดอลังตระการตา

 ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ สัมผัสความสง่างามอุโมงค์เสาโทริอิ หรือ ซุ้มประตูญี่ปุ่นโบราณ

 เพลิดเพลินกับการร่วมสนุกสุดแปลกใหม่ ณ หมู่บ้านนินจาอิงะ

 ปราสาทโอซาก้า ปราสาทที่อลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

 

เมนูแนะนำ

 อิ่มอร่อยกับบุพเฟ่ต์ปิ้งย่าง

บริการ ฟรี! Wifi บนรถ
บินตรง การบินไทย สะสมไมล์ 25%
พักโรงแรมระดับ 3-4 ดาว พร้อมแช่ออนเซ็น

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceFull Detail
19 มี.ค. 6224 มี.ค. 6249,900฿Download PDF

วันแรกของการเดินทาง           กรุงเทพ – สนามบินนาโงย่า  (-/-/-)

2100 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 3 Row D 1719กรุณานำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาพบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ต้อนรับอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระก่อนนำไปเช็คเข้าเครื่องของ สายการบินไทย
0005 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 644

วันที่ 2 ของการเดินทาง          (-/L/-)

สนามบินนาโงย่า – กุจโจ ฮาจิมัง – ประดิษฐ์ตัวอย่างอาหาร – พิพิธภัณฑ์ประเพณีการตีดาบเซกิ – Bokka No Sato(กิจกรรมบนลานสกี) – Nabana No Sato – ยกกะอิจิ

0800

ถึงสนามบินนาโงย่า  ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเช็คสัมภาระท่านให้เรียบร้อย

กุจโจ ฮาจิมัง สมญา เมืองแห่งสายน้ำ เมืองเล็กน่ารักสงบร่มรื่นท่ามกลางขุนเขา และธรรมชาติที่แสนโรแมนติค เป็นอีกเมืองหนึ่งที่ยังคงอนุรักษ์สภาพบ้านเมืองสไตล์ญี่ปุ่นได้อย่างสมบูรณ์ ชาวบ้านที่นี่ยังคงใช้น้ำในชีวิตประจำวันจากแม่น้ำเป็นส่วนใหญ่ ชมวิถีชีวิตผูกพันกับน้ำ สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือทางน้ำที่สร้างขึ้นมามีอยู่ทั่วเมือง โดยที่น้ำไหลไปตามทางน้ำนี้ชาวบ้านสามารถนำมาอุปโภค-บริโภคได้เลย และมีน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาตินั่นก็คือ ตาน้ำ คนญี่ปุ่นเรียกว่า วะกิมิสุ บริเวณนี้ยังเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนบทกวีระหว่าง นักกวีโชงิ และ ขุนนางโทะทซึนะ โยริ ด้วยสัญญลักษณ์อันโด่ดเด่นคือ ตาน้ำ โซกิซุย ที่ได้รับเลือกให้เป็ นสถานที่มีน้ำสะอาด และบริสุทธิ์อันดันหนึ่งของประเทศ อีกทั้งได้รับการรับรองจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมให้เป็นสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมด้วย เมืองนี้ยังเป็นแหล่งน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงมากด้วยทีเดียว

สัมผัสความปราณีตเหมือนจริงที่สวยงามของการประดิษฐ์ชิ้นงาน ตัวอย่างอาหาร (Replica Food) ที่ท่านสามารถทำอาหารตัวอย่างด้วยตัวท่านเอง ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นเมืองประดิษฐ์ชิ้นงานอาหารตัวอย่างที่มีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่น

พิพิธภัณฑ์ช่างตีดาบตำรับเซกิ ที่มีชื่อเสียงในการตีดาบแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งในญี่ปุ่นมีวิทยาการ การตีดาบญี่ปุ่นโบราณหลากหลาย และการตีดาบตำรับเซกิเป็นหนึ่งในการตีดาบที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 700ปี และในปัจจุบันยังคงมีการผลิตดาบตามตำรับเซกิเรื่อยมา และมีการจัดแสดงภาพ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการตีดาบและเรื่องราวของดาบตำรับเซกิ ให้ท่านได้ชม

Bokka No Sato ลานสกีอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมากัน ให้ท่านใช้เวลาอย่างสนุกสนานกับกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างจุใจมากมายตามอัธยาศัย ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสความแปลกใหม่สนุกสนานด้วยการเล่น Snow Rafting, Snow Tube Slider, Sled (ค่าอุปกรณ์และกิจกรรมที่แจ้ง รวมในราคาทัวร์แล้ว)

Nabana no sato สวนดอกไม้ที่รวบรวมดอกไม้จากที่ต่างๆ ทั้งในญี่ปุ่นและนอกประเทศหลายสายพันธุ์สลับสับเปลี่ยนดอกไม้ตามแต่ละฤดูกาล ซึ่งจุดเด่นในฤดูหนาวของสวนดอกไม้นี้คือ ไฟประดับหลากสีกว่าแสนดวงที่ใช้ประดับประตาเต็มพื้นที่สวน ถือเป็นหนึ่งในสิบไฟประดับที่สวยงามที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว แต่ละปีธีมที่ใช้ประดับตกแต่งจะแตกต่างกันออกไป มีทั้งธีมทะเล และธีมภูเขาไฟฟูจิ เป็นต้น

เข้าที่พัก มิเอะ ณ YOKKAICHI MIYAKO HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ ของการเดินทาง             (B/L/D)    

ยกกะอิจิ – อิกะนินจา – ศาสเจ้าโอมิ จินกุ – วัดเอนยาคุจิ – ทะเลสาบบิหวะ

หมู่บ้านนินจาอิงะ นินจาเปรียบเสมือนนักรบกึ่งสายลับ ทั้งทำหน้าที่ลอบสังหาร สืบข่าวลับในสมัยก่อนที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์นินจาสายอิงะ ที่ทุกท่านจะได้เห็นอาวุธและข้าวของเครื่องใช้ของนินจา นอกจากนี้ยังมีบ้านกลของนินจาที่ในอดีตเคยมีนินจาอาศัยอยู่จริงซึ่งมีทั้งช่องซ่อนดาบ ซ่อนอาวุธลับ ทางลับ ประตูกลมากมาย ได้ทั้งความสนุกเพลิดเพลินและความรู้เกี่ยวกับนักรบสายลับแบบฉบับญี่ปุ่นนี้ โชว์นินจา ที่เป็นโชว์ที่ใช้อาวุธจริงจากนินจาตัวจริงเสียงจริงซึ่งเป็นโชว์แห่งเดียวที่ยังคงรักษาของแท้และดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุด

ศาลเจ้าโอมิจินกุ เป็นศาลเจ้าในจังหวัดโอตสึชิกะ ถูกสร้างขึ้นในบริเวณเชิงเขาทางตะวันตกของทะเลสาบบิวะ อุทิศให้กับจักรพรรดิเทนชิ จักรพรรดิองค์ที่ 38 ของญี่ปุ่น ที่ถูกมองว่าเป็นเทพเจ้าผู้ชี้นำทาง, ความโชคดี เป็นต้น อาคารศาลเจ้าถูกสร้างขึ้นตามรูปแบบของโอมิและโชวะ ส่วนอาคารหลักเป็นศิลปวัตถุล้ำค่าของยุคโชวะ ในบริเวณศาลเจ้ามีการสะสมนาฬิกาจำนวนประมาณ 2,300 รายการในพิพิธภัณฑ์นาฬิกา จัดแสดงนิทรรศการนาฬิกาที่หลากหลายและนาฬิกาพกที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังมีวัสดุที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของโอมิ จินกุ ภาพวาดด้วยความทุ่มเทและเครื่องปั้นดินเผาที่พบเห็นได้ ด้านนอกมีรูปจำลองการบูรณะบริจาคโดยสวิตเซอร์แลนด์ นาฬิกาน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น “โรอุโคคุ” การบูรณะนาฬิกาไฟที่ใช้ในประเทศจีน

วัดเอนยาคุจิ (Enryakuji Temple) ภายในวัดนั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักด้วยกันนั่นก็คือ Todo บริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันออก ถือเป็นพื้นที่หลักของวัด ซึ่งอาคารแรกสร้างขึ้นในพื้นที่นี้ คือ ห้องโถง Kompon Chudo และภายหลังในปี ค.ศ. 1937 ก็ได้สร้าง Amida Hall ขึ้นเพิ่มเติม Saito บริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันตก มีทางเชื่อมต่อมาจากพื้นที่ Todo ในบริเวณนี้มีห้องโถง Shaka ซึ่งเป็นห้องโถงที่เก่าแก่ที่สุดบนภูเขาแห่งนี้ ถัดไปเป็นห้องโถง Ninai โดยมีระเบียงตรงกลางเชื่อมสองห้องนี้ไว้ และ Yokawa บริเวณพื้นที่ทางทิศเหนือห่างออกไปจากพื้นที่ 2 แห่งข้างต้น ประมาณ 2-3 กิโลเมตร อาคารหลักในพื้นที่แห่งนี้สร้างบนทางลาดชันโดยใช้เสาค้ำไว้ เรียกได้ว่าเป็นวัดที่ดูรวมๆแล้วทั้งมีเสน่ห์ และบรรยากาศที่เงียบสงบ

เข้าที่พัก ณ BIWAKO OTSU PRINCE HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ ของการเดินทาง         (B/L/D)

ทะเลสาบบิหวะ – เกียวโต – วัดเบียวโดอิน – ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ – ช้อปปิ้งชินไซบาชิ – โอซาก้า

เกียวโต เมืองหลวงเก่าแก่ของญี่ปุ่นนานนับพันปี ก่อนจะย้ายเมืองหลวงมาเปลี่ยนเป็นเอโดะ (คือโตเกียวในปัจจุบัน)
วัดเบียวโดอิน วัดแห่งหนึ่งในเกียวโตที่ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปี ค.ศ.998 เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนพักผ่อนของขุนนางฟูจิวาระ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นวัดพุทธ อาคารที่มีชื่อเสียงของวัดคือ ศาลานกฟินิกส์ ซึ่งประกอบด้วยโถงกลางขนาบด้วยปีกระเบียงเหมือนนกที่กาลังกางปีกสะท้อนกันผิวน้ำใสในสระน้ำที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งอาคารนี้เองเป็นภาพที่ปรากฏด้านหลังของเหรียญ 10 เยน …เปลี่ยนบรรยากาศให้ทุกท่านได้เพลินเพลิดกับถนนชาเขียว ที่นี่มีร้านขายผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชาเขียวหลายแห่งทั้งสองข้างทาง ให้ทุกท่านได้เลือกซื้อซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจากชา ซึ่งสินค้ายอดนิยมได้แก่ ซอฟท์ครีมรสชาเขียวที่หวานละมุนลิ้นแล้ว คุณยังสามารถเพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมชาเขียวในรูปแบบอื่นได้อีก เช่น ร้านอาหารส่วนใหญ่มีรายการเมนูที่นิยมได้แก่ บะหมี่ โซบะรสชาเขียว และขนมหวานรสชาเขียว รวมไปถึงได้ดื่มด่ำ ไปกับวัฒนธรรมการดื่มชาเขียวแท้ๆแบบญี่ปุ่นอีกด้วย

ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว สร้างขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของกลุ่มชาวนาเพื่อบูชาสุนัขจิ้งจอกซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฑูตส่งสารของเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว สัมผัสความสง่างาม โทริอิ หรือ ซุ้มประตูญี่ปุ่นโบราณจำนวนมากกว่าหมื่นคู่ซุ้มประตู ตั้งเรียงรายกันจนกลายเป็นอุโมงค์โทรอิ รวมแล้วความยาวประมาณ 4,000 เมตร ด้วยเงินบริจาคของแรงแห่งศรัทธาบรรดานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสร้างถวายสักการะ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ ที่เราท่านคุ้นตาด้วยเสาไม้สีแดงในฉากภาพยนตร์ดัง เกอิชา ระหว่างทางมีร้านขาย อุด้งจิ้งจอก หรือ คิสึเนะ อุด้ง ท่านคงปฏิเสธไม่ได้ที่จะแวะลองลิ้มรสชาติความอร่อย

ชินไซบาชิ ย่านช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดของนครโอซาก้า พอมีเวลาให้ท่านเลือกหาซื้อของต้องใจนานาชนิดอาทิ เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

เข้าที่พัก โอซาก้า ณ SHIN OSAKA ESAKA TOKYO REI HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 ของการเดินทาง           (B/-/-)

โอซาก้า – อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยหรือเลือกซื้อทัวร์ Universal Studio Japan 

หมายเหตุ  ราคานี้ไม่รวมอาหารกลางวัน, อาหารค่ำ, และค่าเดินทาง ให้ท่านอิสระตามอัธยาศัยตลอดวัน

 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ( Kaiyukan Aquariumพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซึ่งมีขนาดใหญ่ของโลก จัดแสดงโดยใช้หัวข้อว่า วงแหวนแห่งไฟ และ วงแหวนแห่งชีวิต ซึ่งมีพื้นฐานแนวความคิดที่ว่าโลกที่มีแผ่นดินไหวและภูเขาไฟประทุกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่บนโลกเป็นระบบสิ่งชีวิตหนึ่งที่ต่างก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน การเข้าชมในไคยูคังจะเริ่มต้นจาก “ถ้ำทะเลประตูน้ำ” จากนั้นต่อไปที่ “ป่าญี่ปุ่น” ที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมา แล้วเดินวนเป็นวงกลมจากชั้นบนลงมาจนถึงด้านล่าง ซึ่งการเดินลงมานี้จะเป็นการเดินวนรอบแทงก์ “มหาสมุทรแปซิฟิก” ที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวน2รอบ แทงก์ “มหาสมุทรแปซิฟิก” นี้มีปริมาณน้ำ 5,400 ตันและมีปลาฉลามวาฬซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแหวกว่ายอยู่ ที่ไคยูคังนอกจากปลาต่าง ๆ แล้วยังมีการแสดงสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ, สัตว์เลื่อยคลาน, นก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, สัตว์ไร้กระดูกสันหลังและพืชโดยรวมกันทั้งหมดแล้วมี 580 ชนิด 30,000 ชิ้น เพื่อจำลองธรรมชาติในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (ราคาเข้าชมต่อท่านประมาณ 2,000 เยน)

ย่านอุเมดะ ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางความทันสมัยที่ชาวโอซาก้ารู้จักกันเป็นอย่างดี ศูนย์รวมแฟชั่นที่กำลังอินเทรนด์ แหล่งรวมร้านอาหารอันหลากหลาย ห้างสรรพสินค้านับไม่ถ้วน นอกจากนั้นมีทั้งตึกสูงของโรงแรม 5 ดาว ภัตตาคาร ร้านเกมปาจิงโกะ ผับ บาร์ นับได้ว่ามาที่เดียวก็เต็มอิ่มเลยทีเดียว

ฮิปไฟว์ ( HEP FIVE ศูนย์การค้าที่รวมแฟชั่นสำหรับหนุ่มสาวสุดฮิป ใจกลางเมืองโอซาก้า บริเวณหน้าสถานี Umeda ฝั่งตะวันออกสัญลักษณ์ของที่นี่คือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์สีแดงสดบนดาดฟ้าภายในตัวอาคารประกอบด้วยชั้นสำหรับเครื่องแต่งตัวทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่ชั้นใต้ดินชั้นที่ 1 ถึงชั้นบน 6 ชั้น ชั้นใต้ดินชั้นที่ 2 และชั้นบนที่ 8 และ 9 เป็นเครื่องเล่น นอกจากนั้น ที่ชั้นล่างจนถึงชั้นที่ 6 เป็นห้องโถงโล่ง ซึ่งเมื่อแหงนมองไปด้านบน จะพบปลาวาฬสีแดงยาว 20 เมตร ด้านข้างตึกยังมี Est อาร์เคดช้อปปิ้งของวัยรุ่น แหล่งรวมของเด็กแนว ซึ่งเป็นที่ถูกใจผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวแนวเป็นที่สุด หากอยากเห็นว่าวัยรุ่นโอซาก้าแนวแค่ไหน ห้ามพลาดที่นี้เด็ดขาด รับรองไม่แพ้ย่านชิบูย่า ฮาราจูกุที่โตเกียวอย่างแน่นอน

ย่านนัมบะ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งบันเทิง โรงละคร

ถนนสายแบรนด์เนม Midosuji ถนนสายหลัก เป็นหน้าเป็นตาสำคัญของเมืองโอซาก้า เริ่มตั้งแต่ Umeda ไปจนถึง Namba ระยะทางราว 4 กิโลเมตร ต้นแปะก๋วยจำนวน 800 ต้นถูกปลูกเรียงรายตามสองข้างทาง อาคารร้านค้าสองข้างถนนถูกจำกัดความสูงไม่ให้เกิน 30 เมตร ทั้งนี้เพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมและธรรมชาติอันสวยงามของถนนไว้ สองข้างทางยังคงพรั่งพร้อมไปด้วยอาคาร บริษัทห้างร้าน และร้านแบรนด์เนมชื่อดังนอกจากจะมีบริษัทห้างร้านเรียงรายอยู่ดังหมากรุกแล้ว ยังมีย่านแฟชั่นวัยรุ่นเช่น America-mura อยู่ใกล้ๆอีกด้วย จึงทำให้สองข้างถนนคึกคักตลอดทั้งปี หลายปีมาสองข้างถนน ยังมีประติมากรรมของ Henry Spencer Moore , François-Auguste-René Rodin และ Takamura Kotaro จำนวนรวม 27 ชิ้นจัดวางไว้ตามจุดต่างๆตลอดเส้นทาง

NAMBA Nan Nan Namba Nan Nan เป็นศูนย์การค้าใต้ดินแห่งแรกของโอซาก้า ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินหน้าสถานี Namba ภายในศูนย์การค้า แบ่งเป็น 3 โซนได้แก่ โซนเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ โซนเครื่องสำอางค์และร้านขายยา และโซนร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในช่วงกลางศูนย์การค้า มีเครื่องพ่นไอกลิ่นดอกไม้ตามฤดูกาลที่เพดาน สร้างบรรยากาศสดชื่น

Dotombori เป็นอาเขตการค้าที่สำคัญของย่าน Minami ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้าทางด้านทิศใต้ มีทั้งโรงละคร ร้านปู ซึ่งมีปูยักษ์จำลองเป็นเครื่องหมายร้าน ป้ายกูลิโกะที่มีแสงไฟกระพริบหยิบยับยามค่ำคืน ล้วนเป็นสัญญลักษณ์ของ Dotombori ที่เลื่องลือไปทั่วโลก ชื่อของ Dotombori (คลองโดทม) มาจากชื่อของนาย Yasui Dotom เศรษฐีพ่อค้าชาวเมืองโอซาก้าคนหนึ่งที่บริจาคทรัพย์ส่วนตัวขุดคลองขึ้นเมื่อ ค.ศ.1612 ต่อมา ในสมัยเอะโดทางการได้ปรับปรุงเมืองใหม่ ทำให้มีโรงละครมาเปิดแสดงทางตอนใต้ของคลองมากมาย ตามมาด้วยโรงน้ำชาเปิดบริการกว่า 47 โรง ทำให้ Dotombori กลายเป็นย่านที่คึกคักไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศที่พากันมาชมการแสดง ต่อมาจึงมีร้านอาหารทยอยเปิดขึ้นดังดอกเห็ด ปัจจุบันนี้ โรงละครคงเหลือเพียง โรงละคร Shochiku-za ที่เชิงสะพาน Ebizu-bashi แห่งเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังมีร้านอาหารสารพัดประเภทกระจุกกันอยู่โดยเฉพาะบริเวณทิศเหนือ ที่นี่จะครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและผู้คนตลอดทั้งปี

เลือกซื้อทัวร์พิเศษเที่ยว ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ==> โดยรถไฟ ผู้ใหญ่ท่านละ 2,800 บาท เด็กต่ำกว่า 12 ปี ท่านละ 2,000 บาท

นำท่านเดินทางสู่ ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ทุ่มทุนสร้างมหาศาลและใหญ่ที่สุดในโลกพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ที่มีขนาดใหญ่กว่าในสหรัฐอเมริกา สนุกสนานตื่นเต้นอย่างเต็มที่ในโรงถ่ายแห่งนี้ กับเครื่องเล่นต่างๆทั้ง 9 โซน … พบกับโซนใหม่ล่าสุด The Wizarding World of Harry Potter ที่ให้ท่านได้เปิดโลกแห่งจินตนาการไปกับแฮร์รี่และผองเพื่อน ท่านจะพบกับหมู่บ้านฮอกมี้ดส์ และตรอกไดแอกอน โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทย์มนต์ศาสตร์ฮอกวอตส์ สนุกสนานไปกับเครื่องเล่น Harry Potter and the Forbidden Journey  ที่จะพาท่านขี่ไม้กวาดผจญภัยในโลกเวทย์มนต์ไปกับแฮร์รี่ ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยี 4D เสมือนท่านได้อยู่ในโลกแห่งเวทย์มนต์จริงๆ ต่อด้วยเครื่องเล่นยอดฮิต!  The Amazing Adventures of Spider-Man เมื่อท่านล่วงรู้แผนการลับของเหล่าวายร้ายและถูกตามล่า สไปเดอร์แมนจะมาช่วยท่านได้ทันหรือไม่ เร้าใจกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี 4KHDx3D ที่สมจริงยิ่งขึ้นกว่าเดิม สนุกสุดเหวี่ยงกันต่อกับรถไฟเหาะ Hollywood Dream และ Back Drop รถไฟเหาะที่ให้ท่านนั่งกลับหลัง Space Fantasy The Ride รถไฟเหาะที่พาท่านตะลุยไปท่ามกลางอวกาศ นอกจากนี้ยังมีฉากจำลองของเมืองซานฟรานซิสโกขณะอยู่ที่โอซาก้า Back to the Future The Ride หรือจะสัมผัสบรรยากาศไฟไฟม้แบบสมจริงใน Backdraft นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นที่ตื่นเต้นเร้าใจอื่นๆอีก อาทิ Jurassic Park The Ride, Jaws หรือโซนสำหรับคุณหนูๆใน Sesame Street Fun Zone , Snoopy Studios , Hello Kitty Fashion Avenue ยิ่งไปกว่านั้น ท่านจะได้ลองเครื่องเล่นใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า Universal Cool Japan 2018 มีทั้งหมด 4 เครื่องเล่นสุดมันส์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนอนิเมะของญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็น Final Fantasy XR Ride, Detective Conan: The World, Monster Hunter: The Real และ Pretty Guardian Sailor Moon: The Miracle 4D รับลองเลยว่าเครื่องเล่นเหล่านี้จะดึงท่านเข้าไปในโลกแห่งจักรวาลแฟนตาซี ให้ท่านได้ปลดปล่อยความสนุกเต็มที่ตามอัธยาศัย

(อิสระอาหารกลางวันและอาหารค่ำตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากับตั๋วแบบเต็มวันไม่จำกัดจำนวนครั้ง)

เข้าที่พัก โอซาก้า ณ SHIN OSAKA ESAKA TOKYO REI HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่  ของการเดินทาง         (B/-/-)

โอซาก้า – ตลาดคุโรมอน – อิออน พลาซ่า – สนามบินคันไซ – กรุงเทพฯ

ตลาดคุโรมอน ตลาดสดซึ่งมีร้านค้าส่งและปลีกเรียงรายอยู่ มีประวัติมาตั้งแต่สมัยเอโดะตอนปลาย กินอาณาเขตตั้งแต่แถว Sennichimae สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านปลาสด ผัก ผลไม้ ผักดอง ร้านอาหาร ฯลฯ ราว 180 ร้าน ในวันธรรมดาจะมีพ่อค้าหรือพ่อครัวร้านอาหารในโอซาก้าพากันมาจับจ่ายซื้อหาวัตถุดิบไปประกอบ อาหาร ประวัติของตลาดเริ่มจากราวค.ศ.1822-1823 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดวาคายาม่าและเมืองซาไก นำปลาสดมาขายที่ประตูดำ (Kuromon) ของวัด Enmei-ji จนกระทั่งถึงราวปี 1912 ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ผู้คนยังคงเรียกตลาดดังกล่าวว่าตลาด Enmeiji อยู่ ต่อมา เมืองโอซาก้าทั้งเมืองต้องเสียหายจากระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อสงครามเสร็จสิ้นลง ผู้คนจึงร่วมกันปฏิรูปเมืองและตลาด เปลี่ยนชื่อมาเป็นตลาด Kuromon เช่นทุกวันนี้

อิออน พลาซ่า อิสระให้ท่านได้เลือกชมซื้อหาสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของแต่งบ้าน ของที่ระลึก ฯลฯ สนุกสนานกับการจับจ่ายสินค้าร้าน 100 YEN สินค้าทุกอย่างในร้านราคาชิ้นละ 100 เยน และภายในอาคารนั้นยังมี ห้างจัสโก้ ให้ท่านได้เลือกช้อปปิ้งกันต่ออย่างเพลิดเพลินอีกด้วย

สมควรแก่เวลา กรุณาตรวจเช็คสัมภาระให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯ

1735 ออกเดินทางจากสนามบินคันไซ โดยการบินไทย เที่ยวบิน TG-673
2125 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ พร้อมประทับใจ และมีความสุข

Additional Information

month

03-มีนาคม