ทัวร์พม่า┃MYANMAR IN SPIRIT 5 DAYS MM12ISR5D

 สักการะ 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพม่า

พระมหาเจดีย์ชเวดากอง

พระธาตุมุเตา

พระมหาเจดีย์ชเวสิกอง

พระธาตุอินทร์แขวน

วัดพระมหามุนี

 ทะเลเจดีย์ 4,000 องค์ เอกลักษณ์แห่งเมืองพุกาม

 พระราชวังมัณฑะเลย์ พระราชวังแห่งสุดท้ายของพม่า

ขอพร เทพทันใจ ให้สมหวังดังใจปรารถนา

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – ย่างกุ้ง – หงสาวดี – พระเจดีย์ชเวมอร์ดอร์ – พระราชวังบุเรงนอง – พระธาตุอินทร์แขวน       
06.30 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ประตู 2 สายการบินไทยสมายล์ แอร์เวย์ (WE) เคาท์เตอร์ D เจ้าหน้าที่ S.B.A.MYANMAR คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
09.35 น. เหินฟ้าสู่กรุงย่างกุ้ง โดยสายการบินไทยสมายล์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE 301
10.30 น. ถึง สนามบินมิงกาลาดง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
จากนั้นนำท่านเข้าสักการะ พระเจดีย์ชเวมอร์ดอร์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ พระธาตุมุเตา พระธาตุมุเตาเป็นพระธาตุที่สูงที่สุดของพม่าซึ่งมีความสูงถึง 114 เมตร ซึ่งเป็นต้นเหตุของชื่อพระธาตุมุเตา เพราะพระธาตุมุเตาสูงจนต้องแหงนหน้าจนเมื่อยคอ ถึงจะมองเห็นยอดพระธาตุ จึงเป็นเหตุให้แสงแดดที่แรงกล้าเผาจมูกจนแสบร้อน ซึ่งคำว่า จมูกร้อนในภาษามอญเรียกว่า “มุเตา” และยังเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดในพม่าอีกด้วย

จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง บริเวณท้องพระโรงและตำหนักพระนางสุพรรณกัลยา เริ่มขุดพบและปฏิสังขรณ์เมื่อปี 2533 ปัจจุบันยังขุดไม่แล้วเสร็จ แต่ก็สามารถเห็นได้ว่าพระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใด

กลางวัน  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ คินปุนแคมป์ เชิงเขาไจ้ทิโย ถึง คินปุ่นแคมป์ หยุดพักเพื่อเปลี่ยนรถโดยสารท้องถิ่น เพื่อขึ้นไปบนเขาไจ้ทิโยให้ท่านได้สัมผัสทัศนียภาพสองข้างทางตลอดการเดินทาง เดินทางจนถึงจุดพัก เปลี่ยนเป็นเสลี่ยง เดินทางต่อจนถึงพระธาตุอินทร์แขวน ที่ตั้งอยู่บนก้อนศิลาขนาดใหญ่ปิดทองทั้งองค์ พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดอีกด้วย

นำท่านเข้าสู่ที่พัก KYAITHIYO HOTEL โรงแรมแห่งนี้อยู่ใกล้พระธาตุอินทร์แขวนมากที่สุด

ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
*** หลังอาหารเชิญท่านตามอัธยาศัย ท่านสามารถขึ้นไปนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะสักการะกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณที่ยื่นสู่พระเจดีย์ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือกันลม เบาะรองนั่งไปด้วยเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมากเนื่องจากที่นี่สภาพอากาศจะมีลมพัดค่อนข้างแรง ***
วันที่ 2 พระธาตุอินทร์แขวน – หงสาวดี – พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว – พระพุทธรูปไจ้ปุ่น – ย่างกุ้ง – เจดีย์โบตาทาวน์ – ขอพรเทพทันใจ – พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี – มหาเจดีย์ชเวดากอง
***อิสระทุกท่านทำบุญตักบาตรที่พระธาตุ ชมบรรยากาศยามเช้าตามอัธยาศัย***
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองหงสาวดี จากนั้นนำท่านเดินทางเข้านมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศและยังเป็นพระนอนที่สวยที่สุดของพม่าอีกด้วย จากนั้นนำท่านเข้านมัสการ พระพุทธรูปไจ้ปุ่น ซึ่งบูรณะเมื่อ พ.ศ. 2019 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณโคดม สัมมาสมพุทธเจ้า (ทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้า ในอดีต 3 พระองค์คือ 1.พระพุทธเจ้า โกนาคมโน (ทิศใต้) 2.พระพุทธเจ้า กกุสันโธ (ทิศตะวันออก) 3.พระพุทธเจ้า มหากัสสะปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดย 4 สาวพี่น้อง ที่อุทิศตน ให้กับพระพุทธศาสนา สร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตน ไม่ข้องแวะ กับบุรุษเพศ จากนั้นนำทุกท่านเดินทางกลับ เมืองย่างกุ้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม เจดีย์โบตาทาวน์ ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า มีความแตกต่างจากเจดีย์ทั่วไป คือ ออก แบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่ง สามารถเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ไว้ในผอบทองคำสำหรับกราบไหว้บูชา  ให้ท่านขอพร เทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวมอญและพม่านิยมกราบไหว้บูชา ด้วยเชื่อว่าอธิษฐานขอสิ่งใดแล้วจะได้สมปรารถนาทันใจ นำท่านเดินทางสู่  พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี หรือ “พระนอนตาหวาน“ พระพุทธไสยาสน์แห่งเมืองย่างกุ้ง มีความยาวกว่า70 เมตร เป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุด และมีความงดงามที่สุดในประเทศพม่า ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว สั่งผลิตมาจากประเทศญี่ปุ่นโดยเฉพาะ รวมไปถึงพระจีวรที่มีความพริ้วไหวสมจริง และปลายสุดพระบาทของพระนอนองค์นี้ มีลวดลายลักษณะพิเศษ คือ ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคล จากนั้นเดินทางเข้าสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นโบราณสถานของโลกซึ่งมีอายุมากกว่า 2,500 ปี พระมหาเจดีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง100 เมตร ภายในประดิษฐานพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้า ด้านนอกนั้นหุ้มแผ่นทองเอาไว้มากกว่า 8,600 แผ่น บนยอดสุดของเจดีย์ประดับด้วย เพชร พลอย ทับทิม บุษราคัม และไพลิน อีกกว่า8,000เม็ดซึ่งไม่สามารถประเมินค่าได้ นมัสการ ณ จุด อธิฐานศักดิ์สิทธิ์ พร้อมใบไม้ที่มีความหมายถึง “ชัยชนะและความสำเร็จ”
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร  การะเวก บนทะเลสาบหลวง พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ อันงดงามและอ่อนช้อย ของชาวพม่า กับบรรยากาศทิวทัศน์ของมหาเจดีย์ชเวดากอง
นำท่านเข้าสู่ที่พัก TAW WIN GARDEN HOTEL  หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 ย่างกุ้ง – ทะเลเจดีย์พุกาม – เจดีย์ชเวสิกอง – วัดอนันดา – วัดสัพพัญญู – มหาเจดีย์ธรรมยังยี – ชมกระบวนการผลิตเครื่องเขิน – วัดนันพญา – วัดมนูหะ – วัดกุบยางกี – เจดีย์ติโลมินโล – เจดีย์ชเวซันดอ – เจดีย์บูพยา – พุกาม
04.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
06.15 น.  ออกเดินทางจาก ย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินภายในปรเทศ
07.40 น. เดินทางถึง เมืองพุกามเมืองเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 11 เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ และมีความสวยงาม
มากอีกแห่งหนึ่งของพม่า พุกามนี้จัดเป็นเมืองแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมแห่งพระพุทธศาสนา สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือ เจดีย์จำนวนกว่า 5,000 องค์ จนได้รับการขานนามว่า “เมืองแห่งทะเลเจดีย์”  นำท่านชม “เจดีย์ชเวสิกอง” ที่บรรจุพระธาตุสำคัญ 3 ส่วน คือ พระเขี้ยวแก้ว ที่กษัตริย์แห่งศรีลังกานำมาถวาย พระธาตุกระดูกไหล่ ที่นำมาจากเมืองศรีเกษตร และพระธาตุพระนลาฏ (หน้าผาก) สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามหาราชพระองค์แรก ผู้ที่รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดีได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว แล้วสร้างเสร็จในรัชสมัยของพระเจ้าจันสิธาเมื่อปี พ.ศ.1656 ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์แห่งนี้เป็นอันมาก จัดเป็น 1 ใน 5 มหาเจดียสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์และสำคัญของชาวพม่า จากนั้นชม “เจดีย์อนันดา” สร้างโดยกษัตริย์จันสิทธะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขานันทมูล บนเทือกเขาหิมาลัยอันเนื่องมาจากการจาริกแสวงบุญมายังดินแดนพุกามของพระอรหันต์ 5 รูป เหล่าพระอรหันต์ได้ทูลเกล้าถึงลักษณะวัดในอินเดีย ถวายพระเจ้าจันสิทธะ และพระองค์ทรงพอพระทัยมาก จึงได้ดำรัสให้ก่อสร้างวัดขึ้นตามลักษณะที่เหล่าพระอรหันต์ได้พรรณา เจดีย์นี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเพรชรเม็ดงามของสถาปัตยกรรมแห่งพุกามอีกด้วย ภายในวิหารมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สัก ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ ผลงานฝีมือของช่างพม่าชั้นสูงที่ทำช่องให้แสงสว่างเฉพาะองค์พระพุทธรูปซึ่งพระพักตร์ของพระองค์นั้นมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา สร้างความน่าเลื่อมใสแก่ผู้ไปสักการะ ชม วัดสัพพัญญู เจดีย์ที่มีความสูง 61 เมตร เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย สร้างในช่วงปี พ.ศ.1687 โดยกษัตริย์อลองสิตธู เจดีย์แห่งนี้ได้รับการถ่ายภาพจากนิตยสารต่าง ๆ มากมาย นำท่านชม “มหาเจดีย์ธรรมยังยี” เป็นเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรงที่สุดในพุกาม เพราะสร้างด้วยอิฐสีแดงเป็นเอกลักษณ์ สร้างโดยกษัตริย์นราธุ ถึงแม้รัชสมัยจะสั่นยิ่ง แต่พระองค์ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่สร้างวัดที่ใหญ่ที่สุดในพุกามด้วยพระองค์ ทรงวิตกว่า ผลกรรมจากการกระทำในชาตินี้ จะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า พระองค์จึงสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป เล่าขานกันว่า พระเจ้านะระตู่ ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง  ช่างจะต้องวางเรียงศิลาไม่ให้มีช่องแม้แต่แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อไปได้ช่างก่อสร้างจะต้องถูกสั่งประหารทันที แต่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ลงเสียก่อน จากนั้น
กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังรับประทานอาหาร นำท่านชมกระบวนการผลิตเครื่องเขิน ภาชนะที่ชาวพม่านิยมใช้และได้รับการสืบทอดมาแต่โบราณ ตามพงศาวดารกล่าวว่า พม่าได้รับอิทธิพลการทำเครื่องเขินจากการเข้ายึดเมืองเชียงใหม่ และได้กวาดต้อนช่างฝีมือจำนวนมากไปยังพม่า จึงได้มีการผลิตและใช้เครื่องเขินนับแต่โบราณเป็นต้นมา จากนั้นนำท่านชม วัดนันพญา ซึ่งมีตำนานเล่าขานว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่จองจำพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์จากเมืองมอญ แต่ก็มีข้อโต้แย้งว่า วัดนันพญา เดิมอาจสร้างขึ้นเพื่อเป็นศาสนสถาน เพราะภายในคูหามีแท่นประดิษฐานรูปเคารพตามทหลักพุทธศาสนา นำท่านชม วัดมนูหะ สร้างโดยพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลยศักดิ์อยู่ที่พุกามพร้อมมเหสี และพลเมืองมอญอีกว่า 30,000 คน ที่ถูกกวาดต้อนมา เมื่อครั้งที่พระเจ้าอโนรธาตีเมืองสะเทิมได้ในปี พ.ศ. 1600 และยึดพระไตรปิฎก 30 ชุดมาไว้ที่พุกาม การที่พระเจ้ามนูหะทรงสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเป็นการถ่ายทอด และระบายให้ได้รับรู้ถึงความอึดอัด และความไม่สบายใจที่พระองค์ต้องตกเป็นเชลยเช่นนี้ ภายในมีองค์พระประธานที่มีขนาดมโหฬารบริเวณพระอุระของพระพุทธรูปมีขนาดโตพองจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ทับถมในจิตใจของพระองค์  นำท่านชม วัดกุบยางกี วัดที่ได้ขึ้นชื่อว่าภาพจิตรกรรมฝาผนังงดงามที่สุดในอาณาจักรพุกาม นำท่านสักการะ เจดีย์ติโลมินโล เจดีย์องค์สุดท้าย ที่สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบพุกาม ตามตำนานเล่าว่า ในรัชสมัยของ “พระเจ้านรปตีซีตู” แห่งราชวงศ์พุกามพระองค์ได้ทรงสร้างเจดีย์จุฬามณี เป็นอารามหลวงประจำรัชกาล ครั้งถึงวาระแต่งตั้งองค์รัชทายาท โปรดฯให้ใช้ฉัตรเสี่ยงทาย ถ้าพระราชโอรสองค์ใดใน 5 พระองค์มีบุญบารมีจะเป็นกษัตริย์ก็ขอให้ฉัตรโน้มไปทางพระองค์นั้น ปรากฏว่าฉัตรโน้มไปทางเจ้าชายชัยสิงห์ ซึ่งต่อมาได้เป็นกษัตริย์ พระนาม “นาตองมยา” หรือ “พระเจ้าติโลมินโล” ซึ่งแปลว่า “กษัตริย์ฉัตรตั้ง” เป็นรัชกาลที่ 7 แห่งราชวงศ์พุกาม จากนั้นนำท่านชม เจดีย์ชเวซันดอ หนึ่งในพระพุทธสถานสามแห่งที่ พระเจ้าอโนรธาทรงสร้างไว้ในบะกัน สร้างขึ้นในปี 1057 และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มหาเป่งนะกู่พยา (วัดพระพิฆเนศ) เพราะแต่เดิมเคยมีเทวรูปพระพิฑเนศประดิษฐานอยู่ตามมุมฐานทักษิณทั้ง 5 ชั้น ให้ท่านได้ชมความงดงามของทะเลเจดีย์ และถือเป็นที่ ๆเหมาะที่สุดกับการเก็บภาพความประทับใจได้เกือบทั่วเมืองพุกามเลยทีเดียว จากนั้นนำท่านสู่ “เจดีย์บูพยา” ชมพระอาทิตย์อัสดง ตามเส้นทางลุ่มแม่น้ำอิรวดี ให้ท่านได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอิรวดียามเย็นที่ช่างงดงามเกินคำบรรยาย ท่านจะได้พบเห็นชาวอิรวดี ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาแม่น้ำสายนี้เพื่อความอยู่รอดตลอดชายฝั่งจะมีชาวอิรวดี อาบน้ำ ซักผ้า  และเด็ก ๆ เล่นน้ำอย่างสนุกสนานและชีวิตที่ไร้ซึ่งแสงสีอย่างสิ้นเชิงของพวกเขาอย่างมีความสุข
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก BAGAN ROYAL PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 4 พุกาม – มัณฑะเลย์ – อมรปุระ – วัดมหากันดายงค์ – ทะเลสาบต่าวตะหมั่น – สะพานไม้อู่เป่ง-พระราชวังมัณฑะเลย์ – วัดกุโสดอร์ – วิหารชเวนันดอว์ – MANDALAY HILL
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ออกเดินทางจาก พุกาม โดยเที่ยวบินภายในประเทศ
ถึง เมืองมัณฑะเลย์  อดีตเมืองหลวงที่สำคัญของพม่า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี สร้างโดยกษัตริย์มินดงในปี พ.ศ. 2400  แต่ภายหลังจากที่พม่าได้ตกเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2428 ทำให้เมืองแห่งนี้ลดความสำคัญลงไป  แต่ทว่าปัจจุบัน เมืองมัณฑะเลย์ได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญ เมืองหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศพม่า โดยมีขนาดประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีความสำคัญทั้งในแง่ของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว  นำท่านสู่ เมืองอมรปุระ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองนี้ขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์  ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี  โดยย้ายจากเมืองอินน์วะ ตามคำแนะนำของเหล่าปุโรหิตโหราจารย์ที่หวั่นวิตกกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงขึ้นครองราชย์ การชิงอำนาจในช่วงนั้น เริ่มจากการสังหารหมู่ การใช้ไฟกวาดล้างโจมตีหมู่บ้านป่างคะในละแวกเมืองสกายน์ คนในหมู่บ้านถูกไฟครอกตายอย่างน่าสยดสยอง เหล่าพารหมณ์จึงเห็นพ้องว่า ควรย้ายราชธานีไปอยู่ที่อมรปุระ ให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน จึงมีการบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงใหม่กับประชากรกว่า 200,000 คนเอาไว้ นำท่านสู่ วัดมหากันดายงค์ เป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีภิกษุสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมกว่า 1,200 คน และมีพระภิกษุจาก ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ มาบวชเรียนด้วยวิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุด ด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงามของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายงค์ ทำให้ชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่ และทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาจองคิวกันนำภัตตาหารมาถวายพระทั้ง 1,200 รูปไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ดำรงค์อยู่ได้แม้จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาลพม่าไม่มากนัก

จากนั้นนำท่านชม วัดมหากันดายงค์ ถือเป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของพม่า และเป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดด้วย ให้ท่านได้ชมความงดงามและเก่าแก่ของวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของชาวพุทธ จากนั้นนำท่านสู่ ทะเลสาบต่าวตะหมั่น ระดับน้ำในทะเลสาบจะมีน้ำขึ้นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงฤดูหนาว น้ำจะแห้งกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก ในช่วงนั้นชาวบ้านจึงมีการทำการเพาะปลูกหลายชนิด เช่น ข้าวโพด ข้าว แม้แต่ดอกทานตะวันก็ดูสวยงามในฤดูหนาว เหนือท้องน้ำมีสะพานไม้ ทอดข้ามทะเลสาบ  1.2 กิโลเมตร เรียกว่า  สะพานไม้อู่เป่ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก  สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีมาอยู่ที่อมรปุระ เป็นสะพานไม้สักที่นำมาจากเมืองอินน์วะ โดยเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา ชื่อว่า เสาอู  จึงเรียกชื่อสะพานไม้นี้ ตามชื่อ คือ อู่เป่ง  เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี

กลางวัน  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม “พระราชวังมัณฑะเลย์” ซึ่งพระราชวังส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือ สงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า  ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เหลือก็เพียงแต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั้งเดิมอยู่ จากนั้นนำท่านชม วัดกุโสดอร์ สร้างโดยพระเจ้า  มินดง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฏก ครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฏก 84,000 พระธรรมขันธุ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฏกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม และชม วิหารชเวนันดอร์ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง โดยพระเจ้ามินดงได้ทรงให้รื้อเอาไม้สักทองจากพระราชวังเก่ามาก่อสร้าง และเป็นวัดที่พระเจ้ามินดงทางเสด็จมานั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม ดังนั้งวัดนี้จึงมีความสวยงามหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมช่างแห่งมัณฑะเลย์ จากนั้นนำท่านชม วิหารชเวนันดอร์ เป็นอาคารไม้สีดำ อดีตเป็นสีทองทั้งหลัง แกะสลักสวยงามบนไม้สักทองประดับตามจุดต่างๆ อย่างประณีต สวยงามแปลกตา คำว่า “ชเวนันดอว์” แปลว่า วิหารไม้สีทอง  เดิมเป็นพระตำหนักของพระเจ้ามินดง อยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ และพระองค์สวรรคตที่พระตำหนักหลังนี้ หลังจากนั้น พระเจ้าสีป่อ พระราชโอรส ได้สั่งให้รื้อนำไปถวายวัดที่อยู่ภายนอกพระราชวัง  วิหารหลังนี้เป็นโบราณสถานล้ำค่าที่คงเหลืออยู่เพียงหลังเดียว เพราะเกิดไฟไหม้ทำลายไปในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

จากนั้นนำท่านสู่ MANDALAY HILL จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง อยู่บนเขาสูง 240 เมตร ในอดีตนั้นทหารอังกฤษกับอินเดียจำนวนมากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เมื่อครั้งที่เข้าตีค่ายทหารในญี่ปุ่นปี ค.ศ.1945 และมีบันไดทางขึ้นใหญ่สองสาย มีขั้นบันไดอยู่ประมาณ 1,729 ขั้น แต่ก็ขึ้นไม่ลำบากเพราะมีหลังคาคลุมกันแดดกันฝนตลอดทางเดินขึ้น มีร้านค้าของที่ระลึกตลอดทาง (สำหรับท่านที่ไม่เดินจะมีลิฟท์ไว้คอยบริการ)  หลังจากขึ้นมาได้ครึ่งทางจะพบวิหารใหญ่หลังแรก ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่สามองค์ จากนั้นเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกก็จะถึงจุดชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเข้าสู่ที่พัก MANDALAY EASTERN PALACE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 5 มัณฑะเลย์ – เจดีย์มหามุนี –  กรุงเทพฯ     
04.00 น. นำท่านเดินทางสู่ วัดพระมหามุนี (มหามุนิพยา) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 แห่งเมืองพม่า
หมายถึง วัดปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ บางครั้งเรียกกันว่า วัดยะไข่บ้าง วัดพยาจีบ้าง สร้างขึ้นรัชสมัยพระเจ้าโบ่ต่อพญา แต่ร้อยปีให้หลังได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ต้องทำซ้ำขึ้นมาใหม่ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาแสดงธรรมโปรดชาวเมืองธรรมวดี ท้าวสักกะได้เสด็จเนรมิตพระพุทธรูปขึ้นองค์นึง มีความงามดุจดั่งมีชีวิต ทำให้พรพุทธองค์พอพระทัยมาก ตรัสว่า “คถาคตจะเข้าสู่นิพพานเมื่ออายุได้ 80 ปี แต่พระพุทธรูปและธรรมคำสอนของคถาคตจะดำรงสืบต่อไปอีก 5,000 ปี เท่ากับอายุที่คถาคตกำหนดไว้สำหรับศาสนานี้” ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระพุทธรูปพระมหามุนี ขึ้นประดิษฐานเหนือรัตนบังลังก์บนยอดเขาสิริคุตตะ และเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนี้เป็นหนึ่งในบรรดาพระพุทธรูปเหมือนที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธองค์ยังมีพระชนม์ชีพ และมีเพียง 5 องค์เท่านั้น อีก 2 องค์ประดิษฐานอยู่ที่อินเดีย อีกสององค์ที่เหลือประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า พระมหามุนีถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำทรงเครื่องกษัตริย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” เข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระมหามุนี ซึ่งที่นี่จะทำการเป็นประจำทุกวัน เป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์มาก หากท่านใดที่ได้เข้าร่วมในพิธีจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแรงศรัทธาที่ชาวมัณฑะเลย์ได้ปฎิบัติทุกวัน มีบรรเลงดนตรีขณะทำพิธีล้างหน้าพระมหามุนี (แนะนำให้ท่านไม่ควรพลาด) หลังเสร็จพิธีนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรม เพื่อรับประทานอาหารเช้า
08.00 น.  ออกเดินทางจาก มัณฑะเลย์ โดยสายการบินภายในประเทศ
10.30 น. เดินทางถึง สนามบินมิงกาลาดง กรุงย่างกุ้ง 
 11.20 น. เดินทางจาก ย่างกุ้ง สู่กรุงเทพโดย สายการบินไทยสมายล์ แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ WE 302
13.15 น. ถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและประทับใจ