ทัวร์พม่า┃มัณฑะเลย์-พุกาม-อินเล MM002

พุกาม เมืองเก่าแก่ เจดีย์จำนวนกว่า 5,000 องค์ เมืองแห่งทะเลเจดีย์

 เข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระมหามุนี พิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของประเทศพม่า พระมหามัยมุนีได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปมีชีวิต เพราะชาวพม่าเชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้มาประทานลมหายใจอันศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในพระวรกายของพระพุทธรูปองค์นี้

 MANDALAY HILL ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของมัณฑเลย์ หรือ เขามัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีแห่งสุดท้ายในหน้าประวัติศาสตร์ของพม่ายุคโบราณ

 สัมผัสวิถีชีวิตบน ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในพม่า ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ท่ามกลางหุบเขาที่สวยงามของรัฐฉาน อยู่ห่างจากเมืองตองยีประมาณ 25 กิโลเมตร เป็นที่อยู่อาศัยของกลุ่มชนที่เรียกตนเองว่า ชาวอินทา ( Intha)

 ชมพระอาทิตย์อัสดง ตามเล้นทางลุ่มแม่น้ำอิรวดี

วันที่ รายการ อาหาร
1 กรุงเทพฯ PG 709 (12.05-13.25)–มัณฑะเลย์ – อมรปุระพระมหามุนี – พระราชวังมัณฑะเลย์ –MANDALAY HILL
***ที่พัก SHWE PHYU HOTEL หรือเทียบเท่า***
 D
2 มัณฑะเลย์– ทะเลเจดีย์พุกาม – เจดีย์ชเวสิกอง – วัดอนันดา – วัดสัพพัญญู – วัดมนูหะ – วัดนันพญา – มหาเจดีย์ธรรมยังยี – เจดีย์ชเวซันดอ – เจดีย์บูพยา
***ที่พัก MYANMAR TREASURE HOTEL  หรือเทียบเท่า***
 B
3 พุกาม – เฮโฮ – ทะเลสาบอินเล – ตลาดเหยาม่า – วัดพองดออู – วัดพระบัวเข็ม – วัดแมวกระโดด – อินเล
***ที่พัก HUPIN RESORT  หรือเทียบเท่า***
 B L D
4 เฮโฮ – ตลาดนัดพื้นเมือง –  มัณฑะเลย์
***ที่พัก SHWE PHYU HOTEL หรือเทียบเท่า***
B L D
5 มัณฑะเลย์ – ร่วมพิธีล้างหน้าพระ – กรุงเทพ PG 710 (14.15-16.40)  B

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceFull Detail
21 พ.ย. 6125 พ.ย. 6132,900฿Download PDF
5 ธ.ค. 619 ธ.ค. 6132,900฿Download PDF
12 ธ.ค. 6116 ธ.ค. 6132,900฿Download PDF
19 ธ.ค. 6123 ธ.ค. 6132,900฿Download PDF
26 ธ.ค. 6130 ธ.ค. 6132,900฿Download PDF
วันที่ 1  กรุงเทพฯ –มัณฑะเลย์ – อมรปุระพระมหามุนี – พระราชวังมัณฑะเลย์ – MANDALAY HILL   (-/L/D)
12.05 น. ออกเดินทางสู่กรุงย่างกรุง โดยสายการบิน BANGKOK AIRWAYS เที่ยวบินที่ PG 709
13.25 น. ถึง สนามบินมัณฑะเลย์  สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร
เมืองมัณฑะเลย์  อดีตเมืองหลวงที่สำคัญของพม่า ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิระวดี สร้างโดยกษัตริย์มินดงในปี พ.ศ. 2400  แต่ภายหลังจากที่พม่าได้ตกเป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2428 ทำให้เมืองแห่งนี้ลดความสำคัญลงไป  แต่ทว่าปัจจุบัน เมืองมัณฑะเลย์ได้รับการปรับปรุงจนกลายเป็นเมืองศูนย์กลางที่สำคัญ เมืองหนึ่งทางตอนเหนือของประเทศพม่า โดยมีขนาดประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และมีความสำคัญทั้งในแง่ของศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว
เมืองอมรปุระ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองนี้ขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์  ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี  โดยย้ายจากเมืองอินน์วะ ตามคำแนะนำของเหล่าปุโรหิตโหราจารย์ที่หวั่นวิตกกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงขึ้นครองราชย์ การชิงอำนาจในช่วงนั้น เริ่มจากการสังหารหมู่ การใช้ไฟกวาดล้างโจมตีหมู่บ้านป่างคะในละแวกเมืองสกายน์ คนในหมู่บ้านถูกไฟครอกตายอย่างน่าสยดสยอง เหล่าพารหมณ์จึงเห็นพ้องว่า ควรย้ายราชธานีไปอยู่ที่อมรปุระ ให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน จึงมีการบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงใหม่กับประชากรกว่า 200,000 คนเอาไว้ นำท่านสู่ วัดมหากันดายงค์ เป็นวิทยาลัยสงฆ์ที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีภิกษุสามเณรมาศึกษาเล่าเรียนทางธรรมกว่า 1,200 คน และมีพระภิกษุจาก ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ฯลฯ มาบวชเรียนด้วย วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้เป็นสถานที่ศึกษาพระธรรมและรักษาพระธรรมวินัยมากที่สุด ด้วยวัตรปฏิบัติอันงดงามของภิกษุสงฆ์ในวัดมหากันดายงค์ ทำให้ชาวพม่าจำนวนมากส่งบุตรหลานมาศึกษาพุทธศาสนากันที่นี่ และทำให้มีผู้มีจิตศรัทธาจองคิวกันนำภัตตาหารมาถวายพระทั้ง 1,200 รูปไม่เว้นแต่ละวัน ทำให้วิทยาลัยสงฆ์แห่งนี้ดำรงค์อยู่ได้แม้จะได้รับงบประมาณจากรัฐบาลพม่าไม่มากนัก
ทะเลสาบต่าวตะหมั่น ระดับน้ำในทะเลสาบจะมีน้ำขึ้นเยอะหรือน้อยขึ้นอยู่กับฤดูกาล ช่วงฤดูหนาว น้ำจะแห้งกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับทำการเพาะปลูก ในช่วงนั้นชาวบ้านจึงมีการทำการเพาะปลูกหลายชนิด เช่น ข้าวโพด ข้าว แม้แต่ดอกทานตะวันก็ดูสวยงามในฤดูหนาว เหนือท้องน้ำมีสะพานไม้ ทอดข้ามทะเลสาบ  1.2 กิโลเมตร เรียกว่า  สะพานไม้อู่เป่ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก  สร้างขึ้นหลังจากที่ย้ายราชธานีมาอยู่ที่อมรปุระ เป็นสะพานไม้สักที่นำมาจากเมืองอินน์วะ โดยเสนาบดีของพระเจ้าโบ่ต่อพญา ชื่อว่า เสาอู  จึงเรียกชื่อสะพานไม้นี้ ตามชื่อ คือ อู่เป่ง  เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน 
วัดพระมหามุนี (มหามุนิพยา) สิ่งศักดิ์สิทธิ์ 1 ใน 5 แห่งเมืองพม่า หมายถึง วัดปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ บางครั้งเรียกกันว่า วัดยะไข่บ้าง วัดพยาจีบ้าง สร้างขึ้นรัชสมัยพระเจ้าโบ่ต่อพญา แต่ร้อยปีให้หลังได้เกิดเพลิงไหม้ ทำให้ต้องทำซ้ำขึ้นมาใหม่ ครั้งหนึ่งสมเด็จพระบรมศาสดาเสด็จมาแสดงธรรมโปรดชาวเมืองธรรมวดี ท้าวสักกะได้เสด็จเนรมิตพระพุทธรูปขึ้นองค์นึง มีความงามดุจดั่งมีชีวิต ทำให้พรพุทธองค์พอพระทัยมาก ตรัสว่า “คถาคตจะเข้าสู่นิพพานเมื่ออายุได้ 80 ปี แต่พระพุทธรูปและธรรมคำสอนของคถาคตจะดำรงสืบต่อไปอีก 5,000 ปี เท่ากับอายุที่คถาคตกำหนดไว้สำหรับศาสนานี้” ชาวเมืองจึงอัญเชิญพระพุทธรูปพระมหามุนี ขึ้นประดิษฐานเหนือรัตนบังลังก์บนยอดเขาสิริคุตตะ และเชื่อกันว่าพระพุทธรูปนี้เป็นหนึ่งในบรรดาพระพุทธรูปเหมือนที่สร้างขึ้นในสมัยพระพุทธองค์ยังมีพระชนม์ชีพ และมีเพียง 5 องค์เท่านั้น อีก 2 องค์ประดิษฐานอยู่ที่อินเดีย อีกสององค์ที่เหลือประดิษฐานอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า พระมหามุนีถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำทรงเครื่องกษัตริย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม”
พระราชวังมัณฑะเลย์  ซึ่งพระราชวังส่วนใหญ่ก่อสร้างด้วยไม้สักที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ในสมัยสงครามมหาเอเชียบูรพา หรือ สงครามโลกครั้งที่ 2 วันที่ 20 มีนาคม 2488 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรโดยกองทัพอังกฤษ ได้ทิ้งระเบิดจำนวนมากมายถล่มพระราชวังมัณฑะเลย์ของพม่า  ด้วยเหตุผลว่าพระราชวังนี้เป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกองทัพญี่ปุ่น พระราชวังมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นพระราชวังไม้สักก็ถูกไฟไหม้ เหลือก็เพียงแต่ป้อมปราการและคูน้ำรอบพระราชวัง ที่ยังเป็นของดั้งเดิมอยู่ จากนั้นนำท่านชม วัดกุโสดอร์ สร้างโดยพระเจ้า  มินดง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฏก ครั้งที่ 4 และพระองค์ทรงให้จารึกพระไตรปิฏก 84,000 พระธรรมขันธุ์ ลงบนหินอ่อน 729 แผ่น ถือเป็นพระไตรปิฎกเล่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกพระไตรปิฏกเป็นภาษาบาลี และได้นำมาประดิษฐานในมณฑป อยู่รอบพระเจดีย์มหาโลกมารชิน สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองรูปแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม และชม วิหารชเวนันดอร์ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง โดยพระเจ้ามินดงได้ทรงให้รื้อเอาไม้สักทองจากพระราชวังเก่ามาก่อสร้าง และเป็นวัดที่พระเจ้ามินดงทางเสด็จมานั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม ดังนั้งวัดนี้จึงมีความสวยงามหลากหลายด้วยสถาปัตยกรรมช่างแห่งมัณฑะเลย์
MANDALAY HILL  จุดชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามที่สุดของเมืองมัณฑะเลย์ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง อยู่บนเขาสูง 240 เมตร ในอดีตนั้นทหารอังกฤษกับอินเดียจำนวนมากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ เมื่อครั้งที่เข้าตีค่ายทหารในญี่ปุ่นปี ค.ศ.1945 และมีบันไดทางขึ้นใหญ่สองสาย มีขั้นบันไดอยู่ประมาณ 1,729 ขั้น แต่ก็ขึ้นไม่ลำบากเพราะมีหลังคาคลุมกันแดดกันฝนตลอดทางเดินขึ้น มีร้านค้าของที่ระลึกตลอดทาง (สำหรับท่านที่ไม่เดินจะมีลิฟท์ไว้คอยบริการ)  หลังจากขึ้นมาได้ครึ่งทาง     จะพบวิหารใหญ่หลังแรก ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่สามองค์ จากนั้นเดินขึ้นบันไดต่อไปอีกก็จะถึงจุดชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ให้ท่านชมทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าพัก SHWE PHYU HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 2 มัณฑะเลย์– ทะเลเจดีย์พุกาม – เจดีย์ชเวสิกอง – วัดอนันดา – วัดสัพพัญญู – วัดมนูหะ – วัดนันพญา  – มหาเจดีย์ธรรมยังยี – เจดีย์ชเวซันดอ – เจดีย์บูพยา – ชมพระอาทิตย์อัสดง   (B/L/D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เมืองพุกาม เมืองเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 11 เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งของพม่า พุกามนี้จัดเป็นเมืองแห่งความรุ่งเรืองของอารยธรรมแห่งพระพุทธศาสนา สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น คือ เจดีย์จำนวนกว่า 5,000 องค์ จนได้รับการขานนามว่า “เมืองแห่งทะเลเจดีย์”
เจดีย์ชเวสิกอง  ที่บรรจุพระธาตุสำคัญ 3 ส่วน คือ พระเขี้ยวแก้ว ที่กษัตริย์แห่งศรีลังกานำมาถวาย พระธาตุกระดูกไหล่ ที่นำมาจากเมืองศรีเกษตร และพระธาตุพระนลาฏ (หน้าผาก) สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามหาราชพระองค์แรก ผู้ที่รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดีได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพลศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว แล้วสร้างเสร็จในรัชสมัยของพระเจ้าจันสิธา   เมื่อปี พ.ศ.1656 ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์แห่งนี้เป็นอันมาก จัดเป็น 1 ใน 5 มหาเจดียสถานที่มีความศักดิ์สิทธิ์   และสำคัญของชาวพม่า
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน 
เจดีย์อนันดา  สร้างโดยกษัตริย์จันสิทธะ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขานันทมูล บนเทือกเขาหิมาลัยอันเนื่องมาจากการจาริกแสวงบุญมายังดินแดนพุกามของพระอรหันต์ 5 รูป เหล่าพระอรหันต์ได้ทูลเกล้าถึงลักษณะวัดในอินเดีย ถวายพระเจ้าจันสิทธะ และพระองค์ทรงพอพระทัยมาก จึงได้ดำรัสให้ก่อสร้างวัดขึ้นตามลักษณะที่เหล่าพระอรหันต์ได้พรรณา เจดีย์นี้ยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเพรชรเม็ดงามของสถาปัตยกรรมแห่งพุกามอีกด้วย ภายในวิหารมีพระพุทธรูปยืนที่แกะสลักด้วยไม้สัก ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ทิศ ผลงานฝีมือของช่างพม่าชั้นสูงที่ทำช่องให้แสงสว่างเฉพาะองค์พระพุทธรูปซึ่งพระพักตร์ของพระองค์นั้นมีรอยยิ้มเปี่ยมเมตตา สร้างความน่าเลื่อมใสแก่ผู้ไปสักการะ  ชม วัดสัพพัญญู เจดีย์ที่มีความสูง 61 เมตร เป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในเมืองพุกาม สร้างขึ้นตามศิลปะแบบปาละของอินเดีย สร้างในช่วงปี พ.ศ.1687 โดยกษัตริย์อลองสิตธู เจดีย์แห่งนี้ได้รับการถ่ายภาพจากนิตยสารต่าง ๆ มากมาย ชม วัดมนูหะ สร้างโดยพระเจ้ามนูหะ กษัตริย์มอญที่ถูกจับตัวมาเป็นเชลยศักดิ์อยู่ที่พุกามพร้อมมเหสี และพลเมืองมอญอีกว่า 30,000 คน ที่ถูกกวาดต้อนมา เมื่อครั้งที่พระเจ้าอโนรธาตีเมืองสะเทิมได้ในปี พ.ศ. 1600 และยึดพระไตรปิฎก 30 ชุดมาไว้ที่พุกาม การที่พระเจ้ามนูหะทรงสร้างวิหารแห่งนี้ขึ้นก็เพื่อเป็นการถ่ายทอด และระบายให้ได้รับรู้ถึงความ    อึดอัด และความไม่สบายใจที่พระองค์ต้องตกเป็นเชลยเช่นนี้ ภายในมีองค์พระประธานที่มีขนาดมโหฬารบริเวณพระอุระของพระพุทธรูปมีขนาดโตพองจนรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ทับถมในจิตใจของพระองค์
มหาเจดีย์ธรรมยังยี  เป็นเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรงที่สุดในพุกาม เพราะสร้างด้วยอิฐสีแดงเป็นเอกลักษณ์ สร้างโดยกษัตริย์นราธุ ถึงแม้รัชสมัยจะสั่นยิ่ง แต่พระองค์ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่สร้างวัดที่ใหญ่ที่สุดใน พุกาม ด้วยพระองค์ ทรงวิตกว่า ผลกรรมจากการกระทำในชาตินี้ จะติดตามพระองค์ไปในชาติภพหน้า พระองค์จึงสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป เล่าขานกันว่า พระเจ้านะระตู่ ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ช่างจะต้องวางเรียงศิลาไม่ให้มีช่องแม้แต่แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อไปได้ช่างก่อสร้างจะต้องถูกสั่งประหารทันทีแต่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ลงเสียก่อน
เจดีย์ชเวซันดอ หนึ่งในพระพุทธสถานสามแห่งที่ พระเจ้าอโนรธาทรงสร้างไว้ในบะกัน สร้างขึ้นในปี 1057 และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มหาเป่งนะกู่พยา (วัดพระพิฆเนศ) เพราะแต่เดิมเคยมีเทวรูปพระพิฑเนศประดิษฐานอยู่ตามมุมฐานทักษิณทั้ง 5 ชั้น ให้ท่านได้ชมความงดงามของทะเลเจดีย์ และถือเป็นที่ ๆเหมาะที่สุดกับการเก็บภาพความประทับใจได้เกือบทั่วเมืองพุกามเลยทีเดียว
เจดีย์บูพยา  ชมพระอาทิตย์อัสดง ตามเส้นทางลุ่มแม่น้ำอิรวดี ให้ท่านได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอิรวดียามเย็นที่ช่างงดงามเกินคำบรรยาย ท่านจะได้พบเห็นชาวอิรวดี ที่ใช้ชีวิตพึ่งพาแม่น้ำสายนี้เพื่อความอยู่รอดตลอดชายฝั่งจะมีชาวอิรวดี อาบน้ำ ซักผ้า  และเด็ก ๆ เล่นน้ำอย่างสนุกสนานและชีวิตที่ไร้ซึ่งแสงสีอย่างสิ้นเชิงของพวกเขาอย่างมีความสุข
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าพัก MYANMAR TREASURE HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 3 พุกาม – เฮโฮ – ทะเลสาบอินเล – ตลาดเหยาม่า – วัดพองดออู – วัดพระบัวเข็ม –  วัดแมวกระโดด  – อินเล   (B/L/D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เมืองเฮโฮ ประตูสู่รัฐฉาน เดินทางสู่ทะเลสาบอินเล ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร(ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง)ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในพม่า ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 158 ตารางกิโลเมตร  และประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้ คือ ชาวอินตา หรือแปลว่าลูกทะเลสาบ ซึ่งมีมากกว่า 70,000 คน มีถิ่นฐานเดิมหนีมาตั้งรกรากอยู่ที่ทะเลสาบอินเลแทนจนถึงปัจจุบัน
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
วัดพองดออู สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีตพระพุทธรูป 5 องค์นี้ (พระบัวเข็ม) ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ รอบทะเลสาบ (ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ปัจจุบันชาวบ้านเอาทองมาปิดพระจนถึงทุกวันนี้ พระพุทธรูปมีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเล มีตำนานเล่ากันว่า แต่เดิมนั้นชาวบ้านได้อัญเชิญพระพุทธรูปออกมาแห่ทั้ง 5 องค์ แต่ในปี 1965 เกิดพายุใหญ่ ทำให้เรือพลิกคว่ำจนจมลงก้นทะเลสาบไป ชาวบ้านจึงช่วยกันงมหาพระพุทธรูปขึ้นมา แต่ก็พบเพียง 4 องค์เท่านั้น แต่เมื่อนำพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์กลับมายังวัด และพบว่าพระพุทธรูปองค์ที่ห้าซึ่งงมหาไม่เจอนั้น ตั้งรออยู่ในสภาพที่ยังมีเศษวัชพืชติดอยู่เต็มองค์เป็นที่น่าอัศจรรย์ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาจึงไม่มีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ออกไปแห่ที่ไหนอีกเลย ส่วนตำแหน่งที่เรือพลิกคว่ำ ปัจจุบันได้สร้างเสาปักเอาไว้เป็นเครื่องหมาย หัวเสาทำเป็นรูปหงษ์ไว้ จากนั้นให้ท่าน นมัสการพระบัวเข็ม เพื่อความเป็นสิริมงคล
หมู่บ้านน้ำปั่น  ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ผลิตบุหรี่ ท่านจะเห็นวิธีการผลิตอย่างปราณีตและบุหรี่ที่นี่มีกลิ่มหอม นำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ ท่านจะได้เห็นถึงขั้นตอนที่สำคัญ ๆ ตั้งแต่การเก็บใยบัว วิธีการทอผ้า จนถึงวิธีการเก็บรักษาใยบัว  จากนั้นชม โรงงานตีเหล็ก , ชม เครื่องเงินคุณภาพ ซึ่งเป็นธุระกิจครอบครัว งานฝีมือทุกชิ้นที่นี่ล้วนแล้วแต่มาจากคนในครอบครัว ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่าปี ที่นี้จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ และจุดเด่นของที่นี้ คือ เสาแต่ละต้นที่ใช้สร้างวัดแห่งนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าพัก  HUPIN RESORT หรือเทียบเท่า
วันที่ 4   เฮโฮ – มัณฑะเลย์   (B/L/D)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
นำท่านนั่งเรือ ท่านจะได้สัมผัสทิวทัศน์ที่สวยงาม ได้ดูความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ แปลงผักลอยน้ำ และวิธีการพายเรือด้วยเท้าเพียงข้างเดียว อันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินตา หากวันที่เดินทางเราโชคดีจะได้พบกับ ตลาดนัด 5 วัน (ตลาดเหยาม่า) ซึ่งเป็นตลาดนัดที่หมุนเวียนกันไปโดยไม่ซ้ำกัน นำท่านชมวิถีชีวิตอีกรูปแบบของชาวอินเล ให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
15.45 น. ออกเดินทางจาก เฮโอ โดยสายการบินภายในประเทศ
16.15 น. เดินทางถึง สนามบิน มัณฑะเลย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
เข้าพัก INLE MYANMAR TREASURE  HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 5  มัณฑะเลย์ – กรุงเทพ   (B/-/-)
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
เจดีย์มหามุนี เพื่อเข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระมหามุนี ซึ่งที่นี่จะทำการเป็นประจำทุกวัน เป็นพิธีการที่ศักดิ์สิทธิ์มาก หากท่านใดที่ได้เข้าร่วมในพิธีจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศแรงศรัทธาที่ชาวมัณฑะเลย์ได้ปฎิบัติทุกวัน มีบรรเลงดนตรีขณะทำพิธีล้างหน้าพระมหามุนี (แนะนำให้ท่านไม่ควรพลาด) หลังเสร็จพิธีนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรม เพื่อรับประทานอาหารเช้า
14.15 น. เดินทางจาก มัณฑะเลย์ สู่กรุงเทพโดย สายการบิน BANGKOK AIRWAYS เที่ยวบินที่  PG 710
16.40 น. ถึง สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพและประทับใจ

Additional Information

month

11-พฤศจิกายน, 12-ธันวาคม