ทัวร์ยุโรป l โครเอเชีย in Autumn 8 วัน 5 คืน

ซาเกรบ  เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

โอพาเทีย  เมืองที่มีสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติค”

พูล่า ชมท้องทะเลสีครามสวยงามที่สุด

♣ โรวินจ์ เมืองสวยชายทะเลที่ตั้งอยู่บนแหลมอีสเตรีย

♣ St. Euphemia  โบสถ์สไตล์บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ที่สูงที่สุดของแคว้น

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceFull Detail
11 ต.ค. 6218 ต.ค. 6285,900฿Download PDF
20 ต.ค. 6227 ต.ค. 6285,900฿Download PDF
วันที่ 1 กรุงเทพฯ เวียนนา  
21.30 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ G สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์
  เจ้าหน้าที่ คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวก และเอกสารแก่ท่าน
23.45 น. ออกเดินทางสู่ เวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย โดยเที่ยวบินที่ OS 026
 
วันที่ 2 เวียนนา ซาเกรบ/โครเอเชีย – โอพาเทีย      
05.35 น. เดินทางถึง กรุงเวียนนา เมืองหลวงของประเทศออสเตรีย (แวะเปลี่ยนเครื่อง)
07.00 น. ออกเดินทางสู่ ซาเกรบ โดยเที่ยวบินที่  OS 681
07.50 น. เดินทางถึง ซาเกรบ Zagreb เมืองหลวงของประเทศโครเอเชีย ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยเมืองซาเกรบได้เฉลิมฉลองครบรอบ 900 ปี ในปี ค.ศ.1994 ที่ผ่านมาเป็นเมืองหลวงที่อุดมไปด้วยวัฒนธรรมและสิ่งก่อสร้างทางประวัติศาสตร์มากมาย และเป็นหัวใจของการปกครอง เศรษฐกิจและวัฒนธรรมของประเทศกรุงซาเกรบ ประกอบด้วยเขตเมือง UPPER TOWN ที่สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 17 ที่มีซุ้มประตูหินเป็นสัญลักษณ์  เขต LOWER TOWN ที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 19 และเขตเมืองใหม่ที่สร้างสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ชมตลาดกลางเมือง Dolac Market ตลาดกลางแจ้งที่เก่าแก่ มีสีสันสดใส ขายไม้ดอกไม้ประดับและผลไม้ราคาถูกมาก เดินสู่เขต LOWER TOWN แวะชมจัตุรัสกลางเมืองที่ล้อมรอบด้วยห้างร้านนำสมัย แหล่งชุมชนของชาว  ซาเกรบชมอนุสาวรีย์ Ban Josip Jolacic ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งต่อสู้เพื่อความอิสระจากชาวฮังการีเมื่อปี ค.ศ. 1848 นำท่านขึ้นรถราง FUNICULAR สู่ UPPER TOWN เพื่อชมบริเวณที่เป็นที่ทำการของรัฐบาล อีกทั้งยังเป็นที่ของ   มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น สถาปัตยกรรมที่มีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี และปัจจุบันได้บูรณะปฏิสังขรในสไตล์นีโอ-โกธิค   งดงามด้วยหอคอยแฝดปลายแหลมสีทองอร่าม ภายในประดิษฐานรูปนักบุญองค์สำคัญต่างๆ เช่น นักบุญเซนต์ปี เตอร์, เซนต์ปอลล์ / นำท่านชม กำแพงหินโบราณ ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 13 ที่สร้างรายล้อมเมืองเก่าที่คงความ อัศจรรย์ของภาพพระแม่มารีที่ไม่ถูกเผาทำลายเมื่อไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปีค.ศ.1731 ผ่านชมโบสถ์เซนต์มาร์ค ที่โดด  เด่นด้วยหลังคาที่มีการปูกระเบื้องเป็นสีสัน  ลวดลายตราหมากรุกแดงขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโครเอเชีย…เชิญ      อิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อสินค้าและของที่ระลึก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย เดินทางสู่ โอพาเทีย OPATIJA (ระยะทาง 175 กม./2 ชม.) เมืองที่มีสมญานามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลอาเดรียติค” ชื่อเดิมของเมืองนี้คือ  ABBAZIA แต่ด้วยธรรมชาติอันบริสุทธิ์ประกอบกับอยู่ริมทะเลอาเดรียติค ที่มีวิลล่าหรูหราสไตล์ออสเตรีย จึงทำให้ โอพาเทีย เป็นเมืองท่องเที่ยวและพักผ่อนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโครเอเชีย แวะถ่ายรูปกับรูปปั้น ธิดาแห่งนก นางนวล MAIDEN WITH THE SEAGULL ซึ่งเป็นรูปปั้นที่แกะโดย ZVONKO CAR เป็นรูปสตรีงดงามที่มี นกนางนวลเกาะอยู่ที่มือ ซึ่งถือว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งเมือง มีเวลาอิสระตามอัธยาศัยให้ท่านได้เดินชมเมือง
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง – เมนูปลาสดๆจากทะเลอเดรียติค
  นำท่านเข้าสู่ที่พัก  GRAND ADRITIC HOTEL   หรือเทียบเท่า 4 ดาว
 
วันที่ 3 โอพาเทีย – พูล่า – โรวินจ์ – โพเรช (UNESCO) – โอพาเทีย        
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  เดินทางสู่เมือง พูล่า PULA (ระยะทาง 100 กม./1.20 ชม.)  โดยใช้เส้นทางลัดเลาะตามแนวหน้าผา ผ่านชมท้องทะเลสีครามสวยงามที่สุด โดยตรงข้ามจะมีเกาะใหญ่ 2 เกาะคือ เกาะ KRK และ เกาะ CRES    เมืองพูล่า หรือ โพล่า ในภาษาอิตาเลี่ยน เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งที่มีความโดดเด่นในฐานะศูนย์กลางของคาบสมุทรอิตาเลียน เคยเป็นเมืองเป็นศูนย์กลางของแหลมอิสเตรีย และเคยเป็นดินแดนของประเทศอิตาลีมาก่อน ทำให้มีผู้คนใช้ภาษาอิตาเลี่ยนกันอย่างแพร่หลาย นำท่านเข้าชมสิ่งก่อสร้างในสมัยโรมันที่ใหญ่ที่ยังคงเหลือเป็นอนุสรณ์และสำคัญที่สุดคือ สนามอารีน่า (ARENA) หรือ AMPHITHEATER สนามกีฬากลางแจ้ง ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับโคลอสเซียม ที่กรุงโรม นับเป็นอารีน่า ที่ใหญ่เป็นอันดับหก ที่สร้างขึ้นในยุคโรมันเรืองอำนาจ จึงถูกสร้างขึ้นตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโรมันอย่าง เดียวกับโคลอสเซียมของกรุงโรม สามารถจุผู้คนได้ถึง 22,000 คนโดยผ่านทางเข้าออก 20 ช่องทาง อารีน่าที่เห็น  ในปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ให้คงสภาพตามช่วงศตวรรษที่ 15 ที่มีการนำหินไปสร้างปราสาทและเมือง ในปัจจุบัน มักใช้เป็นสถานที่จัดงานโอเปร่า และดนตรีอื่นๆ รวมทั้งเป็นสถานที่จัดงานภาพยนตร์ประจำปีอีกด้วย
  เดินทางต่อสู่ โรวินจ์ ROVINJ (ระยะทาง 40 กม./35 นาที)  เมืองสวยชายทะเลที่ตั้งอยู่บนแหลมอีสเตรีย ด้วยความที่ดินแดนแห่งนี้ถูกปกครองโดยเวเนเชี่ยน และอยู่ภายใต้การปกครองของอิตาลีมาก่อน ทำให้สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมของเมืองนี้นั้นมีความคล้ายคลึงกับอิตาลีเป็นอย่างมากชมอาคาร บ้านเรือน และตรอกซอยขนาดเล็ก ที่พื้นปูด้วยหินก้อนเล็ก เมืองที่เต็มไปด้วยร้านกาแฟ และร้านอาหาร
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง เมนู พาสต้า ทรัฟเฟิ้ล
  หลังอาหารอาหาร นำท่านเดินเท้าชม โบสถ์ St. Euphemia ที่ตั้งอยู่บนเนินเขา โบสถ์สไตล์บาร็อคที่มียอดโบสถ์สูงถึง 61 เมตร และถือได้ว่าเป็นยอดโบสถ์ที่สูงที่สุดของแคว้น ชมเขตเมืองเก่า Old Town ที่เต็มไปด้วยความงดงามของตึกรามบ้านช่องที่เรียงเป็นแนวยาวในตรอกเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลอาเดรียติก ซึ่งบริเวณเมืองเก่าแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะแยกตัวออกมาจากแผ่นดินใหญ่ แต่ได้มีการถมทะเลเชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่เพื่อความสะดวกในการเดินทาง อิสระเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองตามอัธยาศัย
บ่าย ออกเดินทางสู่เมือง   โพเรช POREC (ระยะทาง 35 กม./40 นาที)  หรือ PARENZO ในภาษาอิตาเลี่ยน  เมืองเก่าแก่อายุกว่า 2,000 ปีและศูนย์กลางของประวัติศาสตร์   เข้าชม บาซิลิก้า EUPHRASIANA ที่สร้างขึ้นในสมัยของบิชอบ EUPHRASIANA ในสมัยศตวรรษที่ 6 โดยภายในตกแต่งด้วยศิลปะแบบโมเสค ตั้งแต่ในสมัยของไบแซนไทน์เข้ามามีอำนาจ และใน ปี ค.ศ. 1997 ได้รับเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก้ อิสระให้ท่านชมเมืองตามอัธยาศัยจนได้เวลาอัน
สมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองโอพาเทีย  (ที่พักแห่งเดิมอีกคืน) 
ค่ำ  รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
 
วันที่ 4 โอพาเทีย – อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ เจเซร่า
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  เดินทางสู่เขต อุทยานแห่งชาติพลิตวิเซ่ (ระยะทาง 165 กม./2 ชม.)   ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลกทางธรรมชาติ” โดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 อุทยานแห่งนี้มีเนื้อที่กว่า 29,482 เฮคเตอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำมีทะเลสาบสีเขียวมรกตและสีฟ้า รวมกันถึง 16 ทะเลสาบ เชื่อมต่อกันด้วยทางเดินสะพานไม้ลัดเลาะระหว่างทะเลสาบและเนินเขาสลับซับซ้อน สวยงามร่มรื่น
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองในอุทยาน
  นำท่านเพลิดเพลินเดินชมความงามของทะเลสาบ และน้ำตกที่ไหลรวยรินลงสู่ทะเลสาบทั่วทุกหนทุกแห่ง นับร้อย นับพันน้ำตก ตลอดทางเดินเคียงคู่ด้วยฝูงปลาแหวกว่ายในสระน้ำใสราวกระจกสะท้อนสีครามของท้องฟ้าแวด  ล้อมด้วย หุบเขา ต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่น (การเดินเที่ยวใน อุทยานขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในวันนั้นๆ)   นำท่าน ล่องเรือข้ามทะเลสาบ KOZJAK ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอุทยานและเป็นทะเลสาบที่เชื่อมระหว่าง  อุทยานตอนบนและอุทยานตอนล่าง
ค่ำ นำท่านเข้าสู่ที่พัก   PRLITVICE JEZERO HOTEL  (โรงแรมเพียงแห่งเดียวในอุทยาน ระดับ 3 ดาว)
   รับประทานอาหารค่ำ ณ โรงแรมที่พัก เมนูพิเศษ ปลาเทร้า
 
วันที่ 5 พลิตวิเซ่ – ซิบินิค – โทรเกียร์ UNESCO – สปลิท 
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  เดินทางสู่  เมืองซีบีนิค SIBENIK (ระยะทาง 172 กม./1.50 ชม.)    นำท่านชมตัวเมืองเก่าริมฝั่งทะเลอาเดรียติค ที่มีหลังคาอาคารบ้านเรือนทำด้วยกระเบื้องสีแสด สไตล์เรอเนอซองส์ ที่ได้รับอิทธิพลจากทางอิตาลี ชมสภาว่าการเมืองเก่า THE OLD LOGGIA ที่สร้างขึ้นราว ค.ศ. 15  นำท่านชม มหาวิหารเซนต์เจมส์ หรือ เซนต์จาคอบ ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมอิตาเลี่ยน – ดัลเมเชี่ยนได้อย่างลงตัวงดงามด้วยยอดโดมและหลังคาที่ประดับด้วยแผ่นหิน จน ได้รับการยกย่องให้เป็น มรดกโลก จากยูเนสโก้
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย เดินทางเลียบชายฝั่งทะเลงาม ระหว่างทางแวะชมเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของโครเอเชีย คือ เมืองพรีโมสเตน ซึ่งเป็นเมืองเล็กที่สวยงามและเป็นเกาะเล็กๆ ในสมัยก่อนมีคนยกย่องให้ชาวเมืองนี้เป็น ชาวเมืองที่มีความอดทนมากต่อการใช้ชีวิต เนื่องจากภูมิประเทศเป็นภูเขาหินแต่ยังอุตสาหะปลูกพืชและทำการ เกษตรกรรม ให้ท่านได้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับเมืองที่สวยงามนี้…
  จนเดินทางถึงเมือง โทรเกียร์ TROGIR (ระยะทาง 50 กม./1 ชม.)   เมืองมรดกโลก ที่มีลักษณะเป็นเกาะเมืองเก่า นำท่านเดินชมภายในเขตเมืองที่มีสถาปัตยกรรมในสไตล์ กรีก-โรมันโบราณ อาทิเช่น ประตูเมือง ที่ได้มีการบูรณะขึ้นใหม่เมื่อศตวรรษที่   16 หอนาฬิกาที่สร้างขึ้นในสมัยที่ 14 ผ่านชมมหาวิหารเซ็นต์ลอร์เลนซ์ ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ใช้เวลา ก่อสร้างนับสิบปี ที่มีความงดงามด้วยกรอบและบานประตูหิแกะสลัก ที่มีรูปปั้นสิงโต อดัม & อีฟและรูปสลัก  นักบุญองค์สำคัญ มีเวลาให้ท่านเดินเล่นในเมืองเก่า…
15.30 น. นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชสู่   เมืองสปลิท SPLIT (ระยะทาง 28 กม./30 นาที)   โดยใช้เส้นทางลัดเลาะเลียบไปตามชายฝั่งทะเล อาเดรียติค ที่มีบ้านเรือนหลังคากระเบื้องสีส้ม สลับตามแนวชายฝั่งเป็นระยะๆ
  นำท่านถ่ายรูปด้านนอก พระราชวังไดโอคลีเชียน Diocletian’s Palace ที่สร้างขึ้นในสไตล์โกธิคและเรเนซองส์ให้จักรพรรดิโรมัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1979
  ชมสถาปัตยกรรมที่สวยงามและเก่าแก่  ภายในลานกว้างที่มีเสาสไตล์ดรมันเรียงราย สามารถเดินเชื่อมต่อไปห้องต่างๆ จากทางเข้าหลัก Gloden Gate สู่ห้องโถงกลาง The Vestibul ที่เชื่อมต่อด้วยโค้งเสาที่ตกแต่งด้วยช่อดอกไม้สลักอย่างวิจิตรงดงาม อิสระให้ท่านชมบรรยากาศเมืองเก่า ที่ยังคงเก็บรักษากลิ่นอายรวมถึงบรรยากาศดั้งเดิมของเมืองไว้ได้อย่างสวยงาม
18.30 น.  รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (SPLIT)
  นำท่านเข้าสู่ที่พัก   LUXE HOTEL SPLIT  หรือเทียบเท่า ระดับ 4 ดาว
 
วันที่ 6 สปลิท – นีอุม (บอสเนีย) – ดูบรอฟนิค (โครเอเชีย)    
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  นำท่านออกเดินทางสู่ ดูบรอฟนิค DUBROVNIK (ระยะทาง 230 กม./3.20 ชม.) เมืองทางตอนใต้ของสาธารณรัฐโครเอเชีย ท่านจะได้  ข้ามพรมแดนเข้าสู่ ประเทศบอสเนีย (แวะถ่ายรูป) ที่เรียกว่า เมืองนีอุม ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของโครเอเชีย    โดยประชาการส่วนใหญ่ก็เป็นชาวโครเอเชีย ต่อด้วยนำท่านเดินทางข้ามพรมแดนอีกครั้งหนึ่งเพื่อกลับเข้าสู่เขต  ประเทศโครเอเชีย ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในแคว้นดัลเมเทีย (Dalmatia) ซึ่งมีพรมแดนติดกับประเทศบอสเนีย-  เฮอร์เซโกวีน่า  สู่ เมืองดูบรอฟนิค เมืองทางตอนใต้และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดอีกทั้งเป็นที่จอดเรือสำราญขนาดใหญ่จอดเรียงราย
เที่ยง  รับประทานอาหารกลางวัน แบบพื้นเมือง
บ่าย นำท่านเที่ยวชม เมืองดูบรอฟนิค DUBROVNIK  ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่สวยงามติดอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งในอดีตเมื่อปี 1991 เมืองดูบรอฟนิค ได้เป็นเป้าหมายถูกโจมตีจากกองทหารยูโกสลาฟ บ้านเรือนกว่าครึ่ง อนุสาวรีย์ต่างๆ เสียหายและทรุดโทรม และหลังจากนั้นในปี 1995 ได้มีการได้มีการลงนามในสนธิสัญญา  ERDUT สงบศึก และเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ UNESCO และสหภาพยุโรป ได้ร่วมกันบูรณะซ่อมแซม เมืองส่วนที่ เสียหายขึ้นใหม่ในระยะเวลาอันสั้น ปัจจุบันเมืองดูบรอฟนิค ก็กลับมาสวยงามอีกครั้ง และมีการส่งเสริมให้เป็น  มรดกโลกอีกเมืองหนึ่งชมทัศนียภาพของเมืองซึ่งดูบรอฟนิค ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งทะเลอเดรียติค ตัวเมืองจะ  เป็นป้อมปราการโบราณที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ชมแนวกำแพงป้อมปราการที่มีขนาดกว้างขวางใหญ่โต ที่  ท่านสามารถขึ้นไป ชมความงดงามของตัวเมืองได้อย่างดี
  นำท่าน ล่องเรือพาโนราม่า เพื่อชมความสวยงามของเมืองเก่า ชมความงดงามของท้องทะเลอะเดรียติค สีน้ำเงินคราม เก็บภาพสวยงามประทับใจ  (ประมาณ 45 นาที) จากนั้นเดินเข้าเกาะเมืองเก่าดูบรอฟนิค อิสระให้ท่าน ให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปชมเมืองเก่า กำแพงเมืองโบราณ (ไม่รวมค่าเข้า) ท่านสามารถชมกำแพงเมืองเก่าโบราณ ยาวประมาณ 2 กม. หรือ เลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึก
17.00 น. นำท่านดินเท้าสู่ สถานี CABLE STATION นำท่านขึ้นกระเช้า เพื่อขึ้นสู่จุดชมที่สวยที่สุดของเมืองดูบรอฟนิคSRD Hill เคเบิ้ลคาร์นี้ ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 สูงประมาณ 415 เมตรจากระดับน้ำทะเล ท่านสามารถชมวิวเมืองดูบรอฟนิก ชมตัวเมืองเก่า ที่สวยที่สุด ณ SRD HILL นี้ อิสระให้ท่านเดินเล่นถ่ายรูปด้านบน หรือ เลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึก
18.30 น.  รับประทานอาหารค่ำ  ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง (DUBROVNIK)
  นำท่านเข้าสู่ที่พัก  NEPTUN HOTEL DUBROVNIK หรือเทียบเท่าระดับ 4 ดาว
 
วันที่ 7 ดูบรอฟนิค เวียนนา กรงเทพฯ 
เช้า  รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ชาฟตัท CAVTAT เมืองน้อยน่ารัก เป็นเล็กทางตอนใต้สุดของโครเอเชีย ที่เหล่ามหาเศรษฐีนิยมมา พักผ่อนและนำเรือยอร์ชมาเทียบท่า อิสระเดินเล่นชมเมือง
11.30 น.  รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองริมทะเล เมนูพิเศษ กุ้ง LOBSTER ย่าง เสิร์ฟพร้อมสปาเก็ตตี้ พร้อมจิบไวน์ขาว หรือ ไวน์แดง พื้นเมือง แล้วเดินทางเข้าสู่ สนามบินเมืองดูบอรฟนิค
14.55 น.  ออกเดินทางต่อสู่เวียนนา  โดย  ออสเตรียน แอร์ไลน์ เที่ยวบิน OS 732
16.25 น. ถึงสนามบินเวียนนา
  หมายเหตุ: ระหว่างรอเครื่องในสนามบินเวียนนา ท่านสามารถซื้อสินค้าในสนามบิน หากราคาสินค้าในบิลเดียวกันเกิน 75 ยูโร สามารถทำภาษีคืนได้ (TAX REFUND) กรุณาสอบถามที่เจ้าหน้าที่ INFORMATION สนามบินเวียนนา
23.20 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่  OS 025
 
วันที่ 8 สุวรรณภูมิ – กรุงเทพฯ 
14.20 น. เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ และความประทับใจ…

Additional Information

month

09-กันยายน, 10-ตุลาคม