ทัวร์ญี่ปุ่น┃BEST OF LAVENDER BLOOMING 6D4N JP6D230719

 สีสันฤดูร้อน ฮอกไกโด

 สวรรค์แห่งดอกไม้บนเกาะฮอกไกโด เที่ยวบิเอ-ฟุราโน่ เมืองแห่งดอกไม้

ชิกิไซ โนะ โอกะ ดอกไม้นานาพันธุ์ รวมถึงดอกลาเวนเดอร์ และทุ่งดอกไม้หลากสี ที่ได้รับคำนิยมและคำชมว่าจัดสวนไล่สีได้สวยงามที่สุด

 โทมิตะฟาร์ม มีชื่อเสียงในเรื่องลาเวนเดอร์ทิศตะวันออก หนึ่งในฟาร์มลาเวนเดอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

อลังการ “เนินแห่งพระพุทธเจ้า”ล้อมรอบด้วยทุ่งลาเวนเดอร์ 150,000 ต้น

ชิมอาหารทะเลสดๆ ณ ตลาดปลาโจไก หนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร

 Ice Pavillion พิพิธภัณฑ์ที่เปลี่ยนเป็นโลกน้ำแข็ง มีอุณหภูมิถึง –20องศา

จุใจแหล่งช้อปปิ้งดังของฮอกไกโด

เมนูแนะนำ

ไฮไลท์ บุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์

 เต็มอิ่ม เมล่อน  ผลไม้ดัง ฤดูร้อนของเกาะฮอกไกโด

 ลิ้มลอง ซอฟท์ครีมรสสาเก

 

บริการ ฟรี! Wifi บนรถ
บินตรง การบินไทย สะสมไมล์ 50%
พักโรงแรมระดับ 4 ดาว พร้อมแช่ออนเซ็น
อิ่มอร่อยกับเมนูพิเศษ ขาปูยักษ์ ไม่อั้น!!
วันที่ รายการ อาหาร
1 กรุงเทพฯ–สนามบินชิโตเซ่  ( TG 670 : 23.45 – 08.00 น.)
2 สนามบินชิโตเซ่–หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า–พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง–น้ำตกกินกะ–น้ำตกริวเซ–โซอุนเคียว
** ที่พัก SOUNKYO KANKO HOTEL หรือเทียบเท่า
B L D
3 โซอุนเคียว–บิเอะ–Shikisai no Oka(นั่งรถแทรกเตอร์)–ฟุราโน่(นั่งกระเช้าห้อยขา)–โทมิตะ ฟาร์ม–ยูบาริ
** ที่พัก YUBARI MOUNT RACEY RESORT  หรือเทียบเท่า
 B L D
4 ยูบาริ–ศาลเจ้าฮอกไกโด-พิพิธภัณฑ์โรงงานสาเก–อิสระช้อปปิ้ง–ซัปโปโร
** ที่พัก KARAKSA SAPPORO HOTEL หรือเทียบเท่า*
 B L D
5 ซัปโปโร–ตลาดปลาโจไก – Mitsui Outlet-เนินแห่งพระพุทธเจ้า-โจซังเค
** ที่พัก JOZANKEI VIEW HOTEL หรือเทียบเท่า*
 B L D
6 โจซังเค–สนามบินชิโตเซ่–กรุงเทพฯ ( TG 671 : 10.45 – 16.15 น. ) B

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceFull Detail
23 ก.ค. 6228 ก.ค. 6260,900฿Download PDF
25 ก.ค. 6230 ก.ค. 6259,900฿Download PDF

วันแรก

กรุงเทพฯ – สนามบินชิโตเซ่  (-/-/-)

20.30 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 3   Row L 17-19
23.45 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG-670

วันที่ 2

สนามบินชิโตเซ่ – หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า  – พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง – น้ำตกกินกะ – น้ำตกริวเซ – โซอุนเคียว (-/L/D)
08.00 เดินทางถึงสนามบินชิโตเซ่ ฮอกไกโด ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรตรวจเช็คสัมภาระท่านให้เรียบร้อย
เมืองอาซาฮิคาว่า เมืองที่มีขนาดพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเมืองซัปโปโร รายล้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม และมากด้วยศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่ครั้งอดีตโดยเฉพาะศิลปะการปั้นแขนงต่าง ๆ

หมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า (Asahikawa Ramen Village) สถานที่รวบรวมร้านราเมนชื่อดังของเมือง     อาซาฮิคาว่า กว่า 8 ร้านมาอยู่รวมกันเป็นอาคารหลังคาเดียว เสมือนหมู่บ้านราเมนที่รวบรวมร้านดังขั้นเทพไว้ในที่เดียวหมู่บ้านราเมนอาซาฮิคาว่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1996 เพื่อเป็นที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาของราเมนอาซาฮิคาว่า ซึ่งมีประวัติมายาวนาน ย้อนกลับไปตั้งแต่ต้นสมัยโชวะ โดยมีการผสมผสานบะหมี่หลายชนิดของจีนจนกลายมาเป็นราเมนขึ้นชื่อที่ได้รับการกล่าวขานถึงความอร่อยมายาวนาน อีกทั้งที่นี่ยังมีศาลเจ้า Ramen Village Shrine เป็นศาลเจ้าที่คู่สมรสสามารถมาขอพรเพื่อให้ชีวิตคู่รักกันยืนยาวเหมือนเส้นบะหมี่จากเทพเจ้าอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง นำท่านสู่อีกโลกหนึ่ง หิมะ น้ำแข็งกับแสงสี ประสานเข้าเป็นความโรแมนติก ของเมืองเหนือ ท่านสามารถความหนาวยะเยือกตลอดทั้งปีได้ที่นี้ ภายในตัวอาคารจะรักษาอุณหภูมิเอาไว้ ที่ -20 องศา และมีการจัดแสดง หินงอก หินย้อย ซึ่งเกิดจากน้ำแข็ง และกว่าจะจับตัวเป็นหินย้อยดั่ง ซึ่งต้องใช้เวลากว่า สิบปี และจุดที่น่าชมที่จุดก็คือ มุมที่เราจะสามารถที่จะทดสอบใช้ชีวิต ในห้องลบ 41 องศา เป็นห้องที่หนาวที่สุดที่เปิดให้เข้าชมได้ในญี่ปุ่น ที่นี่มีบริการให้ยืมเสื้อหนาวอีกด้วย

เมืองโซอุนเคียว เมืองที่มีแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีอายุกว่าร้อยปี นอกจากนี้ที่นี่ ยังเป็นแหล่งน้ำแร่ที่ใหญ่ที่สุด ในเขตอุทยานแห่งชาติไดเซทสึซันอีกด้วย

น้ำตกกินกะ และ น้ำตกริวเซอิ น้ำตกที่ไหลลงมาจากบนช่องเขาโซอุนเคียวที่มีความสูงถึง 120 และ 90 เมตร น้ำตกทั้ง 2 แห่งนี้ถือเป็นความงดงามอันมหัศจรรย์ยิ่งนักกับความงามของธรรมชาติยามสายน้ำไหลออกมาสะท้อนกับแสงอาทิตย์ดูระยิบระยับงดงามราวกับดวงดาวที่ตกลงมาจากฝากฟ้า น้ำตก 2 แห่งนี้ได้รับสมญาว่า น้ำตกคู่สามีภรรยา และยิ่งไปกว่านั้นในช่วงฤดูหนาวท่านจะได้พบกับความงดงามของน้ำตกทั้ง 2 แห่งนี้ ที่จะกลายเป็นน้ำแข็ง ท่านสามารถเต็มอิ่มไปกับความสวยงามไปกับธรรมชาติที่หาดูได้ไม่ง่ายนัก

เข้าสู่ที่พัก โซอุนเคียว   SOUNKYO KANKO HOTEL  หรือเทียบเท่า

แช่ออนเซ็น สไตล์นิปปอนน้ำแร่ธรรมชาติผ่านความร้อนใต้พิภพ เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้าเลือดลมเดินดีขึ้น เสริมสุขภาพให้กระปรี่กระเปร่าผิวพรรณสดใสมีน้ำมีนวลช่วยระบบการเผาผลาญของร่างกายให้อยู่ในสภาพคงที่ ความอัศจรรย์แห่งการอาบน้ำแร่แบบญี่ปุ่นนี้เองทำให้มีคำกล่าวกันว่า หากมาที่ญี่ปุ่นแล้วมิได้ลงอาบน้ำแร่ก็เหมือนกับว่าท่านมาไม่ถึงญี่ปุ่น

วันที่ 3   

โซอุนเคียว – บิเอะ – Shikisai no Oka (นั่งรถแทรกเตอร์) – ฟุราโน่ (นั่งกระเช้าห้อยขา) –  โทมิตะ ฟาร์ม – ซาโฮโระ (B/L/D) 
เมืองบิเอะ เมืองเล็กที่ตั้งอยู่บริเวณกลางเกาะฮอกไกโด ที่ได้ชื่อว่า “Small Town Of The Most Beautiful Hills” เมืองงามของเมืองนี้อยู่ที่ภาพวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามา

Shikisai no Oka สวรรค์บนพื้นดิน  ของทุ่งดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์อันงดงามตามฤดูกาล ให้ท่านเพลิดเพลินกับทัศนียภาพและกลิ่นหอมของดอกไม้ท่ามกลางทิวทัศน์แบบพาโนราม่า มีวิวภูเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากหลัง อิสระท่านถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจตามอัธยาศัย (การบานของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)

โทมิตะฟาร์ม พื่อชมความงามของ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์  ไฮไลท์ในฤดูร้อนของเกาะฮอกไกโดที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมากมายมาเที่ยวชม และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอย่างเต็มอิ่มท่ามกลางพรมสีม่วงขนาดใหญ่ที่ปูด้วยดอกวาเลนเดอร์ และดอกไม้หลากสีสัน ที่แข่งกันบานต้อนรับผู้มาเยือน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นยอดที่สกัดจากกลิ่นและสารอันเป็นประโยชน์จากดอกไม้ทั้งหลายให้ท่านได้เลือกชื้ออย่างจุใจอีกด้วย ( การบานของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ )

เดินทางสู่ที่พัก YUBARI MOUNT RACEY RESORT หรือเทียบเท่า
เชิญท่านพักผ่อนกับการแช่ออนเซ็น เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า

วันที่ 4   

ยูบาริ–ศาลเจ้าฮอกไกโด-พิพิธภัณฑ์โรงงานสาเก-อิสระช้อปปิ้ง- ซัปโปโร (B/L/D)

ศาลเจ้าฮอกไกโด หรือเดิมชื่อ “ศาลเจ้าซัปโปโร ” เปลี่ยนเพื่อให้สมกับความยิ่งใหญ่ของเกาะเมืองฮอกไกโด  ศาลเจ้าชินโตนี้คอยปกปักษ์รักษาให้ชนชาวเกาะฮอกไกโดมีความสงบสุขถึงแม้จะไม่ได้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานเก่าแก่นับพันปีดังเช่นภูมิภาคคันโต แต่ที่นี่ก็เป็นที่สาหรับให้คนท้องถิ่นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สิงสถิตอยู่ ณ  ศาลเจ้าแห่งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ

Chitosetsuru Sake Museum โรงหมักเหล้าแห่งแรกของ Sapporo ข้าวที่ใช้ในการหมักเลือกสรรจากข้าวคุณภาพดีที่ปลูกในฮอกไกโด น้ำที่ใช้ในการผลิตก็เป็นน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติที่ใสสะอาด เหล้าที่ผลิตจากโรงกลั่นแห่งนี้ได้รางวัลเหรียญทองในการประกวดเหล้าทั่วญี่ปุ่น 2 ปีซ้อน จึงเป็นการการันตีคุณภาพและรสชาติได้เป็นอย่างดี

พิเศษ ให้ท่านได้ลิ้มลอง ซอฟท์ครีมรสสาเก ที่ทำจากกากเหล้า ที่เต็มไปด้วยสารอาหารมากมายทั้งโปรตีน และวิตามิน แถมยังลดคอเลสเตอรอลในเลือด บำรุงผิว ดีต่อสุขภาพและผิวพรรณดังนั้นห้ามพลาดชิมเมนูเด็ดนี้เด็ดขาด

ซูซุกิโนะ เมืองซัปโปโร ย่านบันเทิงที่คึกคักมีชีวิตชีวาที่สุดของซัปโปโร โดยเฉพาะในเวลาค่ำคืน        ที่บรรดาป้ายไฟโฆษณาบนตึกต่างๆ เปิดไฟสลับสีแข่งขันประชันสินค้ากันรอบบริเวณนี้มีร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิงตั้งอยู่รวมกันมากกว่า 4,000 ร้านหรือท่านจะต้องการช้อปปิ้งย่านดังของเมืองซัปโปโร ทานุกิโคจิ ที่มีสินค้าให้ท่านเลือกซื้ออย่างมากมาย

เข้าที่พัก ซัปโปโร KARAKSA SAPPORO HOTEL  หรือเทียบเท่า 

วันที่ 5   

ซัปโปโร- ตลาดปลาโจไก- Mitsui Outlet -เนินแห่งพระพุทธเจ้า-ซัปโปโร  (B/L/D)

ตลาดปลาโจไก เป็นตลาดสดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเมืองซัปโปโร ถือเป็นศูนย์กลางตลาดขายปลีกและขายส่งที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของเมืองก็ว่าได้ เพราะที่นี่ได้รวบรวมของกินเด็ดๆ และอาหารทะเลสดๆ มาจากทั่วทุกแห่งในจังหวัดฮอกไกโดมาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อ เลือกชิมกันอย่างมากมายกว่า 70 ร้าน ภายในตลาดโจไกเต็มไปด้วย ร้านขายอาหารทะเลสด เช่น กุ้ง, ไข่หอยเม่นสด, ไข่ปลาเเซลมอน, ปู, ปลา, ซูชิ และร้านขายอาหารทะเลแบบแห้งตลอดจนของฝาก โดยไฮไลท์ของตลาดโจไก ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดเมื่อมาถึงนั่นก็คือ การเลือกซื้อปูสดๆ ปูทั้งหลายจะถูกนำมาจัดเรียงวางขายอยู่ตามหน้าร้าน ราคาของปูส่วนใหญ่ก็จะไม่แพงมาก ขึ้นอยู่กับขนาดและน้ำหนัก นอกจากนี้ยังสามารถเลือกสั่งอาหารทะเลจากหน้าร้านมารับประทานกันสดๆ ได้ทันทีอีกด้วย

Mitsui Outlet ท่านจะได้พบสินค้าแบรนดังทั้งในและต่างประเทศหลากหลายแบรน นอกจากนี้ ยังมีหมวดสินค้าอื่น ๆ อาทิเช่น รองเท้า กระเป๋า ของเล่น ซึ่งทุกชิ้นเป็นของแท้ราคาถูกพิเศษกว่าในสรรพสินค้า พร้อมให้ทุกท่านได้เลือกซื้ออย่างถูกใจ

Hill of Buddha เนินแห่งพระพุทธเจ้า แห่งเมืองซัปโปโร เป็นผลงานชิ้นเอกของทาดาโอะ อันโดะ (Tadao Ando) อลังการด้วยรูปแบบการสร้างที่งดงามตระกรานตา โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ที่มีความสูงถึง 13.5 เมตร และ   มีน้ำหนักถึง 1,500 ตัน ล้อมรอบไปด้วยอาคารรูปทรงเนินเขาเป็นขั้นบันไดเล็กๆ เพิ่มความเป็นธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้เล็กๆ       เรียงรายทั่วบริเวณ ซึ่งช่วงฤดูร้อนที่แห่งนี้ก็จะถูกรายล้อมไปด้วยดอกลาเวนเดอร์กว่า 150,000 ต้น และมีอุโมงค์ให้ท่านได้เดินลอดเข้าไปจนถึงองค์พระพุทธรูปซึ่งมีระยะทางยาวประมาณ 40 เมตร โดยผู้สร้างมีความตั้งใจให้ผู้ที่เดินเข้ามาตื่นเต้นกับเส้นทางที่มุ่งไปไกลลิบจะพบกับแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

เข้าที่พัก โจซังเค ณ  JOZANKEI VIEW HOTEL หรือเทียบเท่า

พักผ่อนกับการแช่ออนเซ็น เพื่อผ่อนคลายความเมื่อยล้า

วันที่ 6

ซัปโปโร – สนามบินชิโตเซ่ – กรุงเทพฯ  (B/-/-)

 06.00 รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
สมควรแก่เวลา กรุณาตรวจเช็คสัมภาระให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมตัว เดินทางสู่สนามบินชิโตเซ่
10.45 ออกเดินทางจากสนามบินชิโตเซ่ โดยการบินไทย เที่ยวบิน TG 671 
15.45 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมประทับใจ

Additional Information

month

07-กรกฎาคม