เที่ยว 9 จังหวัด ตามรอยรัชกาลที่ 9 #ตอนที่ 3

“ไม่มีที่ใดในผืนแผ่นดินไทย
ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จไปไม่ถึง”

ตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และ พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วทั้งประเทศ และทรงทอดพระเนตรเห็นถึงความยากลำบากของราษฎรในทุกที่ทุกภูมิภาค จึงทรงทุ่มเทพระวรกาย คิดค้นโครงการพระราชดำริ โครงการหลวง กว่า 4,000 โครงการ ขึ้นมาเพื่อพัฒนาชุมชนนั้นๆ เพื่อให้คนไทยทั้งประเทศมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เหมือนดั่งเนื้อเพลงที่ว่า … “หยดน้ำหยาดเหงื่อพระองค์หยดลงที่ไหน ทุกข์ร้อนจะพลันสลาย ทุกข์ภัยจะไม่อาจแผ้วพาน” สิ่งที่พ่อสร้างไว้ได้ถูกพัฒนาต่อยอดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้ต่างๆในทุกวันนี้

 

 


9 จังหวัด ตามรอยพระบาท ร.9

เราจะพาทุกๆท่านไปท่องเที่ยวตามรอยเท้าพ่อ เท้าที่ย่างก้าวไปเพื่อพลิกผืนดินที่แห้งแล้งให้งดงาม

 

เส้นทางที่ 7

•○ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง ○•

 

 

              ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลของพ่อที่ต้องการเห็นลูกๆมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทุกอนูของประเทศ แม้กระทั่งชาวไทยภูเขา ก็ได้รับน้ำพระทัยจากพ่อ แม้จะอยู่ไกลจากเมืองหลวง แต่พ่อก็ไม่เคยทอดทิ้ง อย่างผู้คนที่อยู่บนดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ที่พ่อเสด็จไปเยี่ยมเยียนเป็นครั้งแรก ก็ทรงทอดพระเนตรเห็นว่า ที่นี่ยังเป็นทุ่งหญ้า ทำไร่เลื่อนลอย ปลูกพืชเสพติด เช่น ฝิ่น กันอยู่ พ่อจึงส่งเสริมให้ปลูกพืชชนิดอื่น ที่มีรายได้ดีกว่าทดแทน

 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก Northernnewsthailand

 

              ยิ่งไปกว่านั้น พ่อยังพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการบุกเบิกพื้นที่ และนำพืชสวนเมืองหนาวจากต่างประเทศ เช่น กาแฟ แมคคาเดเมีย ลูกพลับ ลูกพลัม มันฝรั่ง ของดีๆที่พ่ออยากให้คนไทยได้บริโภค เข้ามาทดลองปลูก ทำการปรับปรุงพื้นที่และพัฒนาจัดตั้งที่นี่เป็น ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง อย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2528

               โดยเริ่มแรก พ่อให้กองพืชสวน สังกัดกรมวิชาการเกษตร เข้ามาทำแปลงทดลอง แปลงขยายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้พืชที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ และมีศักยภาพในการให้ผลผลิต จนได้เป็น กาแฟ พันธุ์อาราบิก้า เชียงใหม่ 80 และที่นี่ก็เป็นแหล่งแม่พันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก the TripPacker

 

                ทั้งยังมีแมคคาเดเมีย นัทส์ เชียงใหม่ 400 700 และ 1,000 ที่มีชื่อเสียงมากในปัจจุบัน เพื่อนๆอาจจะสงสัยว่า ตัวเลขข้างหลังหมายถึงอะไร มันคือ ระดับที่เหมาะกับความสูงจากระดับน้ำทะเล ถ้าปลูกตามนี้รับรองว่า ได้ผลผลิตดีแน่นอน เมื่อได้พันธุ์ที่ดีแล้ว พ่อก็ให้ทำแปลงขยายพันธุ์เพื่อแจกจ่ายแก่เกษตรกรที่สนใจ

 

 

 

              นอกจากโครงการนี้จะช่วยพลิกฟื้นผืนดิน และทำให้การปลูกฝิ่นหมดไปแล้ว ยังส่งเสริมอาชีพเกษตรกร โดยการเนรมิตเป็นไร่ชาสีเขียวกว้างสุดสายตา ส่งเสริมการปลูก ดอกเบญจมาศ ดอกไลเซนทัส ดอกคาร์เนชั่น ดอกลิลลี่ขาว และดอกคาลล่าลิลลี่ขาว ล้วนแต่เป็นแหล่งสร้างรายได้ และอาชีพที่มั่นคงให้แก่เกษตรกรชาวเขาทั้งสิ้น

 

ขอบคุณรูปภาพจาก chiangmaiairport

 

ขอบคุณรูปภาพจาก แปลงทดลองเกษตรขุนวาง

 

             ผ่านไปกว่า 30 ปี ที่แล้ว ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติทั้งหุบเขา และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นจำนวนมากตลอดทุกปี

เมื่อลมหนาวมาในเดือนธันวาคม-มกราคม ดอกพญาเสือโคร่ง ก็ออกดอกบานสะพรั่ง เมื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยว แน่นอนชาวบ้านก็จะมีการสร้างอาชีพใหม่ๆมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า อาหาร สินค้าโอทอป ที่พักแรมหรือบริการต่างๆ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สถานที่เป็นที่รู้จัก เกิดความภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิดมากขึ้น

ขอบคุณรูปภาพจาก fb ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง

 

 

 

               ถัดมาไม่ไกลจากขุนวาง ก็จะพบกับโครงการอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้รองเท้านารีตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ หรือแม่หลวงของเรา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความน่าสนใจไม่น้อยบนดอยอินทนนท์

 

 

               กล้วยไม้รองเท้านารี เป็นพันธุ์กล้วยไม้ไทยที่หายาก และใกล้จะสูญพันธุ์ไปจากเมืองไทย แม่เห็นว่าถ้าหากไม่อนุรักษ์ไว้ก็คงจะสูญพันธุ์ไปในที่สุด จึงมีพระราชดำริให้หาพื้นที่จัดตั้งโครงการเพื่ออนุรักษ์ไว้จนทุกวันนี้

                 ปกติแล้วกล้วยไม้จะมีทั้งหมด 6 กลีบ แต่กล้วยไม้รองเท้านารี เหลือแค่ 5 กลีบ มีลักษณะพิเศษเป็นกระเป๋า ซึ่งเรียกว่า lady slipper orchids กล้วยไม้รองเท้านารี เป็นกล้วยไม้ที่หายาก ไม่ได้เจอตามป่าทั่วไป และได้อยู่ในบัญชีอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ ห้ามทำการค้าระหว่างประเทศ นอกจากจะขยายพันธุ์เทียม ทำให้กล้วยไม้ชนิดนี้เป็นที่ต้องการของผู้ที่สะสมพันธุ์กล้วยไม้มากมาย

 

              ภายในโครงการยังรวมกล้วยไม้ถึง 10 ชนิดจาก 17 ชนิดทั่วประเทศไทยเลยทีเดียว นอกจากจะเป็นสถานที่เพาะเลี้ยงแล้ว ยังเป็นที่ศึกษาวิจัยด้านพฤกษาศาสตร์กล้วยไม้ที่สำคัญของประเทศอีกด้วย

 

 .

.

.

เส้นทางที่ 8

•○ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ○•

 

 

             ฝนเริ่มมา ทุ่งนาก็เขียวขจี โครงการหลวงแม่ลาน้อย สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว เป็นช่วงที่ทุ่งนาขั้นบันไดเป็นสีเขียวขจี พร้อมลมหนาวเย็นๆ พัดกลิ่นหอมของใบไม้ใบหญ้า เป็นบรรยากาศที่สุดแสนจะสดชื่น

              ระหว่างทางไปหลวงแม่ลาน้อย เราจะพบกับสวนสนบ่อแก้ว สถานที่ทดลองปลูกสนภูเขา เพื่อทดแทนป่าเสื่อมโทรมตามดอยทางภาคเหนือ ที่ขนาบทั้งสองข้างทาง ผู้คนที่เดินทางมาหลวงแม่ลาน้อย จะต้องจอดแวะชื่นชมความสวยงามกันทุกราย

 

 

ถึงแล้ว…โครงการหลวงแม่ลาน้อย ที่เต็มไปด้วยความสงบ ความสวยงาม ความอบอุ่น และความสุข ท่ามกลางนาข้าวขั้นบันได วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และเสียงลมที่เงียบสงบ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก pantip

 

ขอบคุณรูปภาพจาก ไทยรัฐ

 

            โครงการหลวงแม่ลาน้อย เกิดขึ้นเมื่อพ่อและแม่เสด็จมาเยี่ยมเยียนประชากร และเห็นว่าบนภูเขามีการทำไร่เลื่อนลอย และปลูกฝิ่นกันอย่างกว้างขวาง เหมือน ขุนวาง พ่อจึงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวนหนึ่งเพื่อจัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลก และแนะนำวิธีการทำเกษตรบนพื้นที่สูง ให้ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เข้ามาพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม สังคมและสาธารณสุขแก่ชาวเขา เมื่อชาวบ้านทำตามพระราชดำริของพ่อ ดำเนินชีวิตด้วยวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ไม่นานก็ปรับเปลี่ยนคุณภาพชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น

              หากอยากค้างคืนที่นี่ก็มี เฮินไต รีสอร์ท โฮมสเตย์แนว Ecotourism รักทุ่งหญ้า รักใบไม้ รักธรรมชาติ หากได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนและบรรยากาศยามเช้าของที่นี่ รับรองว่าคุณจะลืมเมืองกรุงไปเลย

 

ขอบคุณรูปภาพจาก kapook

 

              ถัดไปไม่ไกลจากโครงการหลวงแม่ลาน้อย เราก็จะเจอกับ หมู่บ้านห้วยห้อม ศูนย์การเรียนรู้การเลี้ยงแกะ ที่พ่อและแม่เสด็จมาถึง 3 ครั้งเลยทีเดียว ที่นี่นอกจากจะเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องการเลี้ยงแกะแล้ว ยังสามารถนำขนแกะมาทอเป็นผ้าได้ด้วย ดื่มด่ำกับความงดงามของทะเลหมอกและขุนเขา นาข้าวขั้นบันได และไร่กาแฟอาราบิก้า กาแฟที่ดีที่สุดในเมืองไทยด้วย

 

 

 

 

 

 

               สัมผัส unseen อีกแห่งหนึ่งของเมืองไทยที่ วนอุทยานแก้วโกมล ไฮไลท์ของอำเภอแม่ลาน้อย เป็นถ้ำขนาดใหญ่และสวยงามไปด้วยผลึกแคลไซต์ ที่มีแค่ 3 แห่งในโลกเท่านั้น คือประเทศออสเตรเลีย ประเทศจีน และประเทศไทย การเข้าไปชมภายในถ้ำจึงต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างมาก และต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้กระทบต่อความสวยงามของผลึกแคลไซต์ 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก ท.ท.ท.

 

ขอบคุณรูปภาพจาก 7 wondersthailand

เหมือนถ้ำน้ำแข็งในต่างประเทศเลย เชื่อไหมคะว่า หากใครได้มาสัมผัสแม่ลาน้อยก็จะหลงรักที่นี่กันทุกราย

.

.

.

เส้นทางที่ 9

•○ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า จ.พะเยา ○•

 

    อีกหนึ่งโครงการหลวงที่พ่อจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการอนุรักษ์น้ำและดิน จากการถูกทำลายด้วยการถางป่าเพื่อปลุกข้าว ไร่ข้าวโพด กะหล่ำปลี ที่เป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน แต่รายได้ก็ยังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ และเพื่อให้คนในพื้นที่มีน้ำและดินที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พ่อจึงตั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า แห่งนี้ขึ้น จัดสรรพื้นที่ทำกินให้แก่ชาวบ้าน ส่งเสริมการปลูกผลไม้เมืองหนาวเช่นเดียวกับ โครงการหลวงเชียงใหม่ ขุนวาง  เป็นการยับยั้งการบุกทำลายป่าไปในตัว

 

 

ขอบคุณรูปภาพจาก TheTripPackker

 

             ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ตั้งอยู่ที่ บ้านสิบสองพัฒนา ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา ที่นี่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 660 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและเนินเขาสูง ปลูกพืชผัก ผลไม้ เขียวขจีทั่วทั้งผืน สลับกับสีของดอกผล พริกหวาน, มะเขือเทศโทมัส, เสาวรสหวาน, แมคคาดีเมีย, อะโวคาโด, มะม่วงนวลคำ, อโวคาโด, องุ่นไร่เมล็ด และอีกมากมาย

 

ขอบคุณรูปภาพจาก ท่องเที่ยวโครงการหลวง

 

ขอบคุณรูปภาพจาก rakbankerd

 

 

                ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าเมี่ยนและม้ง เวลาเราไปเที่ยวก็จะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น ได้ชมวิถีชีวิตชนเผ่าม้งที่บ้านสิบสองพัฒนา สิ่งหนึ่งที่แอดชอบมากเวลาเที่ยวเมืองไทย คือประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมที่เราได้เรียนรู้จากที่ต่างๆ และแม้ว่าเราจะเป็นคนต่างถิ่น คนละวัฒนธรรม แต่ทุกคนเป็นเหมือนญาติพี่น้อง ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ดูแล มีน้ำใจ อาจเพราะเรามีพ่อหลวง แม่หลวงในดวงใจ ที่คอยบอกเสมอให้พวกเรารักกัน

 

 

วิถีชีวิตที่นี่ก็เรียบง่ายค่ะ ทำไร่ทำสวน ตอนเช้าเก็บผักมาทำกิน ตอนเย็นผิงไฟอุ่นๆก่อนเข้านอน ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาล หรืองานประเพณีต่างๆ ชาวบ้านก็จะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ทั้งหมู่บ้าน มีการละเล่น การแสดงต่างๆนาๆ แต่งกายชุดประจำเผ่าสวยงามมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น ประเพณีเย้า ตรุษจีน หรือปีใหม่ ความครึกครื้นอาจจะไม่เท่าเค้าท์ดาวน์ในกรุงเทพ แต่อบอุ่นแน่นอนค่ะ

 

วนอุทยานภูลังกา

 

อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว ที่มีชื่อเสียงของที่นี่ วนอุทยานภูลังกา ภูเขาสูงชันอยู่ในเทือกเขาสันปันน้ำ ยอดหน้าผามีปลายยื่นออกมา เมื่อยืนตรงนั้นจะสามารถมองเห็นประเทศลาวได้ภายในมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งที่คุณไม่ควรพลาดอย่าง ภูเทวดา ยอดดอยที่สวยงาม ภูนม ทุ่งดอกโคลงเคลง ลานหินล้านปี และป่าก่อโบราณ จุดชมทะเลหมอก ชมดวงอาทิตย์ขึ้น-ตก พร้อมรับลมเย็นสบาย โดยเฉพาะในช่วงปลายฝนต้นหนาวอย่างนี้ ไปเลยค่ะ

 

ขอบคุณรูปภาพจาก duangjan

ยังไม่หมดนะคะ สถานที่เที่ยวใกล้เคียง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า ยังมีอีกมากมาย เช่น 

 

อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน จังหวัดน่าน ติดกับเขตของอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

ขอบคุณรูปภาพจาก zthailand

 

วนอุทยานแห่งชาติน้ำตกน้ำมิน

 

วัดพระนั่งดิน หรือ “พระเจ้านั่งดิน” เชียงคำ จ.พะเยา

ขอบคุณรูปภาพจาก EDTguide

 

 

นี่เป็นแค่ 9 โครงการหลวงจาก 4,000 กว่าโครงการ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ในแต่ละที่มีสถานที่ท่องเที่ยวล้อมรอบให้เราได้พักผ่อน ไม่เบื่อ แถมได้สูดอากาศธรรมชาติ เต็มๆปอดตลอดทริป ถือเป็นการพักร่างที่ดีสุดๆแล้วค่ะ สมบัติที่พ่อทิ้งไว้ให้เรา ไม่ใช่แค่แผ่นดินไทย ความพอเพียง แต่มันคือผลผลิตที่ปลอดสาร ธรรมชาติที่ปลอดพิษ และชีวิตที่ปลอดภัย…จากความลำบากของราษฎร กี่หมื่นล้านคำขอบคุณก็ไม่เพียงพอกับสิ่งที่พ่อทำไว้ให้เรา

 

อ่านบล็อก เที่ยว 9 จังหวัดตามรอยรัชกาลที่ 9 ตอนที่ 1 คลิก

อ่านบล็อก เที่ยว 9 จังหวัดตามรอยรัชกาลที่ 9 ตอนที่ 2 คลิก

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ <3


ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ล้นเกล้าชาวไทยมีพระองค์ท่าน ไม่เคยลืมว่าประเทศไทยมีวันนี้ได้เพราะใคร SBA น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ จะเกิดอีกกี่ชาติ ก็จะขอเกิดใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ทุกชาติไป…