อินไซด์ โอซาก้า 6 วัน 4 คืน

Available: In stock

วัดเบียวโดอิน วัดแห่งหนึ่งในเกียวโตที่ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลก

ฟูชิมิอินาริชายส์ สัมผัสความสง่างามของโทริอิ ซุ้มประตู ญี่ปุ่นโบราณ จำนวนมากกว่า

ปราสาทฮิเมจิ ปราสาทนกกระยางขาว ความยิ่งใหญ่สมบูรณ์สวยงาม

วัดคิโยมิสึ นมัสการขอพรและดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย

กิจกรรมทำซูชิ ทดลองการทำ ซูชิด้วยตัวท่านเอง

สะพานอาคาชิไคเคียว เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก

Universal Studio โซนใหม่ล่าสุด The Wizarding World of Harry Potter เปิดโลกแห่งจินตนาการไปกับแฮร์รี่

ชินไซบาชิ ย่านช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดของโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

ตลาดคุโรมอน ตลาดสดซึ่งมีร้านค้าส่งและปลีกเรียงรายอยู่ มีประวัติมาตั้งแต่สมัยเอโดะตอนปลาย

พักโรงแรมหรู  ใกล้แหล่งช้องปิ้งอันทันสมัย

พักรีสอร์ท สไตล์ญี่ปุ่น พร้อมแช่ออนเซ็น

 สุดยอด! ราเมงต้นตำหรับขึ้นชื่อของญี่ปุ่น

วันที่ รายการ อาหาร
1 กรุงเทพฯ-สนามบินคันไซ  ( TG 622 : 23.30 – 07.00 น.)
2 สนามบินคันไซ-วัดโทไดจิ-กิจกรรมทำซูชิ-วัดคิโยมิสึ-ย่านกิออน-เกียวโต

** ที่พัก KARASUMA KYOTO HOTEL หรือเทียบเท่า

L D
3 เกียวโต-ฟูชิมิ อินาริ ชายส์–วัดเบียวโดอิน–ชินไซบาชิ-โอซาก้า

** ที่พัก PREMIER CABIN OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า

 B L D
4 โอซาก้า–ปราสาทฮิเมจิ-สะพานอาคาชิไคเคียว-พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล-โอซาก้า
** ที่พัก PREMIER CABIN OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า
 B L D
5 โอซาก้า–อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยหรือเลือกซื้อทัวร์  Universal studio Japan

** ที่พัก PREMIER CABIN OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า

 B
6 โอซาก้า-ตลาดคุโนมอน–อิออน พลาซ่า-สนามบินคันไซ-กรุงเทพฯ ( TG 673 : 17.35 – 21.25 น. )  B

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePricePDF
22 ก.ย. 6024 ก.ย. 6045,900฿Download PDF

วันแรกของการเดินทาง           กรุงเทพฯ – สนามบินคันไซ  (-/-/-)

2000 พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 3 Row D 17-19กรุณานำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาพบเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ต้อนรับอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและสัมภาระบริเวณ D 17-19 ก่อนนำไปเช็คเข้าเครื่องของสายการบินไทย
2330 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 622

วันที่ 2 ของการเดินทาง          (-/L/D)

สนามบินคันไซ – วัดโทไดจิ – กิจกรรมทำซูชิ – วัดคิโยมิสึ – ย่านกิออน – เกียวโต

0700

ถึงสนามบินคันไซ โอซาก้า  ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง ตรวจเช็คสัมภาระท่านให้เรียบร้อย

นารา นครหลวงเก่าแก่แห่งแรกของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ.710 ก่อนหน้านี้ญี่ปุ่นยังไม่มีเมืองหลวงเป็นหลักแหล่ง ตามความเชื่อของลัทธิชินโตจะย้ายเมืองหลวงทุกครั้งที่จักรพรรดิสิ้นพระชนม์ กระทั่งญี่ปุ่นได้รับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาจากจีนมาเป็นศาสนาประจำชาติ จึงได้สร้างเมืองหลวงขึ้นที่นารา เมื่อสามารถกลมกลื่นกับลัทธิชินโตซึ่งเป็นความเชื่อแบบเก่าได้ดีและแผ่กระจายไปทั่วประเทศต่อมาเมื่อศาสนาพุทธเริ่มมีอิทธิพลด้านการเมือง การปกครองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พระจักรพรรดิคัมมูจึงทรงย้ายเมืองหลวงไปที่เกียวโต ดังนั้น นารา จึงเป็นเมืองหลวงอยู่เพียง 75 ปีเท่านั้น แต่ช่วง เวลาสั้นๆ นี้ ศิลปะ วัฒนธรรม ความเชื่อและระบบการปกครองกลับหยั่งรากลึกเป็นรากฐานสำคัญของประเทศญี่ปุ่นตราบจนกระทั่งปัจจุบัน  แต่เมื่อนาราหมดความสำคัญทางการเมือง  กลับเป็นผลดีช่วยให้เมืองนี้รอดพ้นจากภัยพิบัติทั้งสงครามกลางเมืองและสงครามโลก ทำให้เมืองนี้รักษาวัฒนธรรม ประเพณีและสถาปัตยกรรมได้สมบูรณ์เท่าที่ควร เมืองเงียบสงบแห่งนี้ยังมีแหล่งมรดกโลกถึง 8 แห่ง

วัดโทไดจิ เป็น 1 ใน 8 มรดกโลก และเป็น วัดที่สำคัญที่สุดของเมืองนารา ทางเข้าวัดมีซุ้มประตูใหญ่มีเสาถึง 18 ต้น รองรับหลังคาเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นงาม สมัยคามาคูระ วัดนี้สร้างขึ้นเมื่อ ปี    ค.ศ. 743  เข้านมัสการขอพรพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ ไวโรจนะพุทธ หล่อด้วยสำริดสูง 16.2 เมตรและหนัก 500 ตัน เป็น พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ประดิษฐานในไดบุตสึเต็ง หรือที่เรียกกันว่า วิหารหลวงพ่อโต หลังเดิมถูกไฟไหม้ และ สร้างขึ้นใหม่ถึง 2 ครั้ง  วิหารปัจจุบันมีขนาดเพียง 2 ใน 3 ของหลังเดิมแต่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็น  วิหารไม้ใหญ่ที่สุดในโลก ด้านกว้าง 57 เมตร ความลึก 51 เมตร ความสูง 49 เมตร จุดเด่นนั้นอยู่ที่การใช้ซุงขนาดใหญ่รวมกันเป็นเสาค้ำ ด้านหลังของวัดปลูกต้น เมเปิ้ล เป็นจำนวนมาก บริเวณสวนของวัดจะได้เพลิดเพลินกับ กวางแสนเชื่อง จำนวนมากกว่า 4,000 ตัวอาศัยอยู่บริเวณสวนของวัดนี้เชื่อว่า กวางเหล่านี้เป็นบริวารขององค์เทพเจ้า

กิจกรรมการทำซูชิ หรือ ข้าวปั้นมีหน้า เป็นอาหารญี่ปุ่น ที่มีส่วนผสมของข้าวคู่กับปลา เนื้อ หรือ ของคาวชนิดต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ซูชิมีวิวัฒนาการมาเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วซึ่งเกิดจากความต้องการถนอมอาหารของคนญี่ปุ่น การทำซูชิเป็นกิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวภายในประเทศและต่างประเทศ ให้ทุกท่านสามารถทดลองทำซูชิตัวท่านเอง

วัดคิโยมิสึ หรือ วัดน้ำใส สร้างขึ้นใน ปีค.ศ.1633 ซึ่งที่ตั้งอยู่บริเวณเนินเขา ฮิงาชิยาม่า ด้วยความสามารถทางสถาปัตยกรรมสมัยโบราณ อารามของวัดแห่งนี้จึงได้มีการใช้ท่อนซุงกว่าร้อยท่อนมาขัดสานกันเป็นโครงขึ้น เพื่อสร้างพื้นเวทียื่นออกไปกลางหุบเขา โดยไม่มีการใช้ตะปูยึดตอกท่อนซุงแม้แต่ตัวเดียว แต่ทว่ายังสามารถรองรับน้ำหนักของผู้มาเยือนครั้งละมากๆได้อย่างไม่สะเทือนทั้งยังมีคำกล่าวเกี่ยวกับลานกว้างของวัดแห่งนี้ว่าเป็น เวทีแห่งคิโยมิสึ เนื่องจากมีชื่อเสียงด้วยห้องโถงกลางของวัดแห่งนี้จึงถูกจัดให้เป็น สมบัติแห่งชาติ มีระเบียงไม้ที่สร้างยื่นออกมานอกตัวอาคารของวิหารนั้นมี เสาค้ำถึง 139 ต้น เป็นจุดชมวิวของตัวเมืองได้อย่างกว้างไกลสุดสายตา เชิญท่าน นมัสการ  ขอพรและ ดื่มน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 สาย ซึ่งเกิดขึ้นโดยธรรมชาติไหลมาจากเทือกเขาเชื่อว่า สายแรก–เจริญรุ่งเรืองอุดมด้วยทรัพย์สินเงินทอง, สายที่สองสุขภาพแข็งแรง เสริมเสน่ห์, สายที่สามสติปัญญา ถ้ามีเวลา ท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศ สมัยเอโดะ กับ ร้านรวงที่จัดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของที่ระลึก อาทิ โมจิขนมโบราณต้นกำเนิดจากญี่ปุ่นด้วยแป้งเนื้อเนียนเหนียวนุ่มกับการประยุกต์สอดไส้ สตรอเบอร์รี่ ช็อกโกแลต ล่าสุด Kyoto Banana กิมจิ–หลากสีสันผลผลิตจากธรรมชาติเครื่องเคียงสำคัญสำหรับท่านที่ชอบรับประทานข้าวต้ม, ชาเกียวโตขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศแห่งชาช่วยลดคอเลสเตอรอล และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งยิ่งขึ้น ตุ๊กตาเกียวโต สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของญี่ปุ่นก็คือ เกอิชา สตรีที่ให้บริการความรื่นเริงของชาวอ าทิตย์อุทัย

ย่านกิออน ซึ่งเป็นย่านราตรีแบบสมัยเก่าที่ยังคงรักษาความเก่าแก่ไว้ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหารร้านขายของก็ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

นำท่านเข้าที่พักบริเวณ เกียวโต ณ  KARASUMA KYOTO HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 3 ของการเดินทาง             (B/L/D)    

เกียวโต – ฟูชิมิ อินาริ ชายส์ – วัดเบียวโดอิน – ชินไซบาชิ – โอซาก้า

  

 

 

 

 

ฟูชิมิอินาริชายส์ หรือ ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว สร้างขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจ ของกลุ่มชาวนาเพื่อบูชาสุนัขจิ้งจอกซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฑูตส่งสารของเทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยว สัมผัสความสง่างาม โทริอิ หรือ ซุ้มประตู ญี่ปุ่นโบราณ จำนวนมากกว่า หมื่นคู่ซุ้มประตู ตั้งเรียงรายกันจนกลายเป็น อุโมงค์โทรอิ รวมแล้วความยาวประมาณ 4,000 เมตร ด้วยเงินบริจาคของแรงแห่งศรัทธาบรรดานักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จสร้างถวายสักการะ ณ ศาลเจ้าแห่งนี้ ที่เราท่านคุ้นตาด้วย เสาไม้สีแดง ในฉากภาพยนตร์ดัง เกอิชา ระหว่างทางมีร้านขาย อุด้งจิ้งจอก หรือ คิสึเนะ อุด้ง ท่านคงปฏิเสธไม่ได้ที่จะแวะลองลิ้มรสชาติความอร่อย

วัดเบียวโดอิน วัดแห่งหนึ่งในเกียวโตที่ได้รับการบันทึกเป็นมรดกโลก สร้างขึ้นในปีค.ศ.998 เดิมทีสร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนพักผ่อนของขุนนางฟูจิวาระ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนเป็นวัดพุทธ อาคารที่มีชื่อเสียงของวัดคือ ศาลานกฟินิกส์ ซึ่งประกอบด้วยโถงกลางขนาบด้วยปีกระเบียงเหมือนนกที่กำลังกางปีกสะท้อนกันผิวน้ำใสในสระน้ำที่อยู่เบื้องหน้า ซึ่งอาคารนี้เองเป็นภาพที่ปรากฏด้านหลังของเหรียญ 10 เยน

ชินไซบาชิ ย่านช้อปปิ้งใหญ่ที่สุดของนครโอซาก้า พอมีเวลาให้ท่านเลือกหาซื้อของต้องใจนานาชนิด อาทิ เครื่องสำอางค์ เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ

เข้าที่พัก โอซาก้า ณ PREMIER CABIN OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 4 ของการเดินทาง         (B/-/-)

โอซาก้า – ปราสาทฮิเมจิ – สะพานอาคาชิไคเคียว – พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล – โอซาก้า

 

ปราสาทฮิเมจิ มีชื่อเรียกแบบชาวบ้านแตกต่างกันไปหลายชื่อ อาทิ ปราสาทนกกระยางขาว เป็นเพราะมีฝูงนกกระยางขาวอาศัยอยู่ในบริเวณนี้เป็นจำนวนมาก บ้างก็เรียกว่า ปราสาทหงษ์ขาว, ปราสาทนกกระสา ผู้ที่สร้างปราสาทขึ้นเป็นคนแรกคือ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ เมื่อ ปี ค.ศ. 1580 กระทั่งใน ปี ค.ศ. 1681 อิเคดะ เทรุมาสะ บุตรเขยของ โชกุนโทกุกาว่า อิเอยาสุ ได้บูรณะต่อเติมปราสาทออกไปให้ยิ่งใหญ่อลังการซึ่งแต่เดิมใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมือง ศูนย์กลางบัญชาการทางทหาร แต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เนื่องจากไม่มีศัตรูรุกรานตัวปราสาทเลย แม้แต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองฮิเมจิเป็นส่วนหนึ่งในสมรภูมิที่ถูกทิ้งระเบิดอย่างหนักแต่ตัวปราสาทก็ไม่ได้รับความเสียหายหรือโดนแตะต้องทำลายจากฝ่ายพันธมิตรแต่อย่างใด สภาพของปราสาทยังคงสมบูรณ์สวยงามมากกว่าปราสาทอื่น ๆ ในญี่ปุ่นความยิ่งใหญ่ของการก่อสร้างปราสาทหลังนี้อยู่ที่ก้อนหินใหญ่ ๆ ที่ขนย้ายมาเป็นฐานรองรับตัวปราสาทที่อยู่บนยอดเขาสูง 45 เมตร การก่อสร้างแต่แรกตั้งใจจะให้เป็นป้อมปราการ จึงทำให้ทางเดินขึ้นสู่ปราสาทมีเส้นทางที่วกวนสลับซับซ้อน มีกำแพงที่ล้อมรอบด้วยคูน้ำขนาดใหญ่ มีหอสังเกตการณ์ มีช่องยิงธนู-ช่องยิงปืน บนยอดปราสาทโด่ดเด่นด้วยรูปปั้นปลาตัวปราสาททาสีขาวนวลสวยงามแผงด้วยมนต์เสน่ห์แสนคลาสสิคสมคำล่ำลือต่อกันมาว่า เป็นปราสาทที่สมบูรณ์และสวยงามที่สุดแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

สะพานอาคาชิไคเคียว เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวถึง 3,911 เมตร และความสูงจากผิวทะเลถึงยอดเสาหลักถึง 297 เมตร ทอดข้ามผ่านช่องแคบอาคาชิ (Akashi Strait) ตั้งอยู่ระหว่างเมืองโกเบกับเกาะอาวาจิและยังเป็นส่วนหนึ่งของ “ทางด่วนสายโกเบ-อาวาจิ-นารูโตะ” อีกด้วยโดยที่สะพานแขวนแห่งนี้ได้เปิดใช้เมื่อปี 1998 และเป็นดั่งสะพานที่เชื่อม เกาะฮอนชู และ เกาะชิโกกุ เข้าไว้ด้วยกัน ส่วนอีกจุดหนึ่งของสะพานนี้คือ “ถนนคนเดิน ไมโกะมารีน ที่อยู่ใต้สะพาน และสูงจากผืนน้ำขึ้นมา 50 เมตรเพื่อให้ได้ชมทิวทัศน์ของช่องแคบอาคาชิ กับ อ่าว โอซาก้า

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิ้ล (Cup Noodles Museum) สร้างขึ้นในปี 1958 โดยบริษัทอาหาร นิชชิน ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยจะแสดงเป็นหนังสั้นแนะนำประวัติศาสตร์ รวมถึงวิธีการผลิต ผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากทั่วโลก คอลเลกชันงานศิลปะที่ทันสมัยที่เกี่ยวกับการคิดค้น และนวัตกรรมใหม่ๆที่เกี่ยวกับบะหมี่ถ้วย เช่น ถ้วยสไตโรโฟม และบะหมี่สำหรับทานบนอวกาศ เป็นต้น

เข้าที่พัก โอซาก้า ณ PREMIER CABIN OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 ของการเดินทาง         (B/-/-)

โอซาก้า – อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยหรือเลือกซื้อทัวร์  Universal Studio Japan

เดินทางโดยรถไฟ ผู้ใหญ่ท่านละ 2,800.-บาท – เด็กต่ำกว่า 12 ปี ท่านละ 2,000.-

หมายเหตุ ราคานี้ ไม่รวมอาหารกลางวัน, อาหารค่ำ, และค่าเดินทาง ให้ท่านอิสระตามอัธยาศัยตลอดวัน

 

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ( Kaiyukan Aquarium ) พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำซึ่งมีขนาดใหญ่ของโลก จัดแสดงโดยใช้หัวข้อว่า วงแหวนแห่งไฟ และ วงแหวนแห่งชีวิต ซึ่งมีพื้นฐานแนวความคิดที่ว่าโลกที่มีแผ่นดินไหวและภูเขาไฟประทุกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่บนโลกเป็นระบบสิ่งชีวิตหนึ่งที่ต่างก็เกื้อกูลซึ่งกันและกัน การเข้าชมในไคยูคังจะเริ่มต้นจาก “ถ้ำทะเลประตูน้ำ” จากนั้นต่อไปที่ “ป่าญี่ปุ่น” ที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมา แล้วเดินวนเป็นวงกลมจากชั้นบนลงมาจนถึงด้านล่าง ซึ่งการเดินลงมานี้จะเป็นการเดินวนรอบแทงก์ “มหาสมุทรแปซิฟิก” ที่ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์เป็นจำนวน2รอบ แทงก์ “มหาสมุทรแปซิฟิก” นี้มีปริมาณน้ำ 5,400 ตันและมีปลาฉลามวาฬซึ่งเป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกแหวกว่ายอยู่ ที่ไคยูคังนอกจากปลาต่าง ๆ แล้วยังมีการแสดงสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ เช่น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ, สัตว์เลื่อยคลาน, นก, สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม, สัตว์ไร้กระดูกสันหลังและพืชโดยรวมกันทั้งหมดแล้วมี 580 ชนิด 30,000 ชิ้น เพื่อจำลองธรรมชาติในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก (ราคาเข้าชมต่อท่านประมาณ 2,000 เยน)

ย่านอุเมดะ ย่านที่ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางทางความทันสมัยที่ชาวโอซาก้ารู้จักกันเป็นอย่างดี ศูนย์รวมแฟชั่นที่กำลังอินเทรนด์ แหล่งรวมร้านอาหารอันหลากหลาย ห้างสรรพสินค้านับไม่ถ้วน นอกจากนั้นมีทั้งตึกสูงของโรงแรม 5 ดาว ภัตตาคาร ร้านเกมปาจิงโกะ ผับ บาร์ นับได้ว่ามาที่เดียวก็เต็มอิ่มเลยทีเดียว

ฮิปไฟว์ ( HEP FIVE ) ศูนย์การค้าที่รวมแฟชั่นสำหรับหนุ่มสาวสุดฮิป ใจกลางเมืองโอซาก้า บริเวณหน้าสถานี Umeda ฝั่งตะวันออกสัญลักษณ์ของที่นี่คือชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์สีแดงสดบนดาดฟ้า ภายในตัวอาคารประกอบด้วยชั้นสำหรับเครื่องแต่งตัวทั้งหญิงและชาย ตั้งแต่ชั้นใต้ดินชั้นที่ 1 ถึงชั้นบน 6 ชั้น ชั้นใต้ดินชั้นที่ 2 และชั้นบนที่ 8 และ 9 เป็นเครื่องเล่น นอกจากนั้น ที่ชั้นล่างจนถึงชั้นที่ 6 เป็นห้องโถงโล่ง ซึ่งเมื่อแหงนมองไปด้านบน จะพบปลาวาฬสีแดงยาว 20 เมตร ด้านข้างตึกยังมี Est อาร์เคดช้อปปิ้งของวัยรุ่น แหล่งรวมของเด็กแนว ซึ่งเป็นที่ถูกใจผู้หญิงที่ชอบแต่งตัวแนวเป็นที่สุด หากอยากเห็นว่าวัยรุ่นโอซาก้าแนวแค่ไหน ห้ามพลาดที่นี้เด็ดขาด รับรองไม่แพ้ย่านชิบูย่า ฮาราจูกุที่โตเกียวอย่างแน่นอน

ย่านนัมบะ ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้า เป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็นแหล่งช้อปปิ้ง แหล่งบันเทิง โรงละคร ถนนสายแบรนด์เนม Midosuji ถนนสายหลัก เป็นหน้าเป็นตาสำคัญของเมืองโอซาก้า เริ่มตั้งแต่ Umeda ไปจนถึง Namba ระยะทางราว 4 กิโลเมตร ต้นแปะก๋วยจำนวน 800 ต้นถูกปลูกเรียงรายตามสองข้างทาง อาคารร้านค้าสองข้างถนนถูกจำกัดความสูงไม่ให้เกิน 30 เมตร ทั้งนี้เพื่ออนุรักษ์สภาพแวดล้อมและธรรมชาติอันสวยงามของถนนไว้ สองข้างทางยังคงพรั่งพร้อมไปด้วยอาคาร บริษัทห้างร้าน และร้านแบรนด์เนมชื่อดังนอกจากจะมีบริษัทห้างร้านเรียงรายอยู่ดังหมากรุกแล้ว ยังมีย่านแฟชั่นวัยรุ่นเช่น America-mura อยู่ใกล้ๆอีกด้วย จึงทำให้สองข้างถนนคึกคักตลอดทั้งปี หลายปีมาสองข้างถนน ยังมีประติมากรรมของ Henry Spencer Moore , François-Auguste-René Rodin และ Takamura Kotaro จำนวนรวม 27 ชิ้นจัดวางไว้ตามจุดต่างๆตลอดเส้นทาง

NAMBA Nan Nan  Namba Nan Nan เป็นศูนย์การค้าใต้ดินแห่งแรกของโอซาก้า ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินหน้าสถานี Namba ภายในศูนย์การค้า แบ่งเป็น 3 โซนได้แก่ โซนเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ โซนเครื่องสำอางค์และร้านขายยา และโซนร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในช่วงกลางศูนย์การค้า มีเครื่องพ่นไอกลิ่นดอกไม้ตามฤดูกาลที่เพดาน สร้างบรรยากาศสดชื่น

Dotombori Dotombori เป็นอาเขตการค้าที่สำคัญของย่าน Minami ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองโอซาก้าทางด้านทิศใต้ มีทั้งโรงละคร ร้านปู ซึ่งมีปูยักษ์จำลองเป็นเครื่องหมายร้าน ป้ายกูลิโกะที่มีแสงไฟกระพริบหยิบยับยามค่ำคืน ล้วนเป็นสัญญลักษณ์ของ Dotombori ที่เลื่องลือไปทั่วโลก ชื่อของ Dotombori (คลองโดทม) มาจากชื่อของนาย Yasui Dotom เศรษฐีพ่อค้าชาวเมืองโอซาก้าคนหนึ่งที่บริจาคทรัพย์ส่วนตัวขุดคลองขึ้นเมื่อ ค.ศ.1612 ต่อมา ในสมัยเอะโดทางการได้ปรับปรุงเมืองใหม่ ทำให้มีโรงละครมาเปิดแสดงทางตอนใต้ของคลองมากมาย ตามมาด้วยโรงน้ำชาเปิดบริการกว่า 47 โรง ทำให้ Dotombori กลายเป็นย่านที่คึกคักไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศที่พากันมาชมการแสดง ต่อมาจึงมีร้านอาหารทยอยเปิดขึ้นดังดอกเห็ด ปัจจุบันนี้ โรงละครคงเหลือเพียง โรงละคร Shochiku-za ที่เชิงสะพาน Ebizu-bashi แห่งเดียวเท่านั้น แต่ก็ยังมีร้านอาหารสารพัดประเภทกระจุกกันอยู่โดยเฉพาะบริเวณทิศเหนือ ที่นี่จะครึกครื้นไปด้วยเสียงเพลงและผู้คนตลอดทั้งปี

เลือกซื้อทัวร์พิเศษเที่ยว ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ โดยรถไฟ ผู้ใหญ่ท่านละ 2,800 บาท เด็กต่ำกว่า 12 ปี ท่านละ 2,000 บาท

นิเวอร์แซล สตูดิโอ ทุ่มทุนสร้างมหาศาลและใหญ่ที่สุดในโลกพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ที่มีขนาดใหญ่กว่าในสหรัฐอเมริกา สนุกสนานตื่นเต้นอย่างเต็มที่ในโรงถ่ายแห่งนี้ กับเครื่องเล่นต่างๆทั้ง 9 โซน พบกับโซนใหม่ล่าสุด The Wizarding World of Harry Potter ที่ให้ท่านได้เปิดโลกแห่งจินตนาการไปกับแฮร์รี่และผองเพื่อน ท่านจะพบกับหมู่บ้านฮอกมี้ดส์ และตรอกไดแอกอน โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทย์มนต์ศาสตร์ฮอกวอตส์ สนุกสนานไปกับเครื่องเล่น Harry Potter and the Forbidden Journey  ที่จะพาท่านขี่ไม้กวาดผจญภัยในโลกเวทย์มนต์ไปกับแฮร์รี่ ล้ำยุคด้วยเทคโนโลยี 4D เสมือนท่านได้อยู่ในโลกแห่งเวทย์มนต์จริงๆ ต่อด้วยเครื่องเล่นยอดฮิต!  The Amazing Adventures of Spider-Man เมื่อท่านล่วงรู้แผนการลับของเหล่าวายร้ายและถูกตามล่า สไปเดอร์แมนจะมาช่วยท่านได้ทันหรือไม่ เร้าใจกว่าเดิมด้วยเทคโนโลยี 4KHDx3D ที่สมจริงยิ่งขึ้นกว่าเดิม สนุกสุดเหวี่ยงกันต่อกับรถไฟเหาะ Hollywood Dream และ Back Drop รถไฟเหาะที่ให้ท่านนั่งกลับหลัง Space Fantasy – The Ride รถไฟเหาะที่พาท่านตะลุยไปท่ามกลางอวกาศ นอกจากนี้ยังมีฉากจำลองของเมืองซานฟรานซิสโกขณะอยู่ที่โอซาก้า Back to the Future – The Ride หรือจะสัมผัสบรรยากาศไฟไฟม้แบบสมจริงใน Backdraft นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นที่ตื่นเต้นเร้าใจอื่นๆอีก อาทิ Jurassic Park The Ride, Jaws หรือโซนสำหรับคุณหนูๆใน Sesame Street Fun Zone , Snoopy Studios , Hello Kitty Fashion Avenue เป็นต้น ให้ท่านได้ปลดปล่อยความสนุกเต็มที่ตามอัธยาศัย ( ไม่รวมอาหารกลางวัน และอาหารค่ำ ตามอัธยาศัย เพื่อให้ท่านใช้เวลาอย่างคุ้มค่ากับตั๋วแบบเต็มวันไม่จำกัดจำนวนครั้ง )

เข้าที่พัก โอซาก้า ณ PREMIER CABIN OSAKA HOTEL หรือเทียบเท่า

วันที่ 5 ของการเดินทาง         (B/-/-)    

โอซาก้า – ตลาดคุโนมอน – อิออน พลาซ่า – สนามบินคันไซ – กรุงเทพฯ

ตลาดคุโนมอน ตลาดสดซึ่งมีร้านค้าส่งและปลีกเรียงรายอยู่ มีประวัติมาตั้งแต่สมัยเอโดะตอนปลาย กินอาณาเขต ตั้งแต่แถว Sennichimae ไปทางใต้ราว 580 เมตร สองข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านปลาสด ผัก ผลไม้ ผักดอง ร้านอาหาร  ฯลฯ ราว 180 ร้าน ในวันธรรมดาจะมีพ่อค้าหรือพ่อครัวร้านอาหารในโอซาก้าพากันมาจับจ่ายซื้อหาวัตถุดิบไปประกอบ อาหาร ประวัติของตลาดเริ่มจากราว ค.ศ.1822-1823 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดวาคายาม่าและเมืองซาไกนำ ปลาสด มาขายที่ประตูดำ (Kuromon) ของวัด Enmei-ji  จนกระทั่งถึงราวปี 1912 ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่ ผู้คนยังคง เรียกตลาดดังกล่าวว่า ตลาด Enmeiji อยู่ ต่อมา เมืองโอซาก้าทั้งเมืองต้องเสียหายจากระเบิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  เมื่อสงครามเสร็จสิ้นลง ผู้คนจึงร่วมกันปฏิรูปเมืองและตลาด เปลี่ยนชื่อมาเป็นตลาด Kuromon เช่นทุกวันนี้

อิออน พลาซ่า อิสระให้ท่านได้เลือกชมซื้อหาสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ของแต่งบ้าน ของที่ระลึก ฯลฯ สนุกสนานกับการจับจ่ายสินค้าร้าน 100 YEN สินค้าทุกอย่างในร้านราคาชิ้นละ 100 เยน และภายในอาคารนั้นยังมี ห้างจัสโก้ ให้ท่านได้เลือก ช้อปปิ้งกันต่ออย่างเพลิดเพลินอีกด้วย (ไม่รวมอาหารกลางวัน เพื่อให้ท่านใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่า) สมควรแก่เวลา กรุณาตรวจเช็คสัมภาระให้เรียบร้อย เพื่อเตรียมตัวเดินทางสู่สนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯ

1725 ออกเดินทางจากสนามบินนาริตะ โดยการบินไทยเที่ยวบิน TG-677 (โดยเครื่องบิน  AirBus A380)
2155 ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพพร้อมประทับใจ

Additional Information

month

09-กันยายน